เต้ของแคว้นจ้าวที่ตาบวมเหมือนตาปลาพระองค์นั้น
หากจะเขียนเรื่องชั่วร้าย เรื่องฉาวโฉ่และเรื่องไร้สาระที่ฮ่องเต้เลอะเลือนพระองค์นี้ได้ทำออกมา เกรงว่ากระดาษภายในเมืองหลวงลั่วหยางคงจะแพงหูฉี่เป็นแน่
นับแต่โบราณมา ฮ่องเต้เลอะเลือนมักจะเกิดมาคู่กับขุนนางที่มีอำนาจ
ขุนนางที่ได้รับความรักและความเชื่อใจจากฮ่องเต้แคว้นจ้าวมากที่สุดก็คือขันทีอาวุโสแซ่หง เขาไม่ถึงกับมีอำนาจล้นฟ้า แต่ก็เป็นที่หวาดกลัวของทุกคน
ในช่วงเย็นวันหนึ่ง ท้องฟ้าแดงฉาน ขันทีชราแซ่หงมิได้ออกมาจากวัง หากนอนพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ภายในสวน
ขันทีน้อยอายุสิบกว่าขวบคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ข้างกายเขา ในมือถือพัดใบธูปฤาษี กำลังพัดให้เขาอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันก็คอยไล่ยุงกับแมลงวันอย่างเงียบๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ขันทีชราแซ่หงยังคงไม่ลืมตา แขนของขันทีน้อยเริ่มหนักอึ้ง แต่เขากลับไม่กล้าหยุดการเคลื่อนไหว แล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนมือได้
เมื่อวันก่อนเขาพัดอยู่ที่นี่ทั้งคืน แขนขวาบวมเป่ง ไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย
แสงสุดท้ายของวันหายไป ในที่สุดขันทีชราแซ่หงก็ลืมตาขึ้นมา
ขันทีน้อยรู้สึกดีใจ ในใจครุ่นคิดว่าในที่สุดคืนนี้ก็ไม่ต้องพัดทั้งคืน แล้วก็รู้สึกจิตตกขึ้นมาเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าคงมิใช่ว่ากงกงรู้สึกว่าตนเองยังพัดไม่ดีพอหรอกนะ
ขันทีชราแซ่หงมองเค้า ในสายตาที่ขุ่นมัวมีความรู้สึกสนใจปรากฏขึ้นมา กล่าวว่า “เจ้าเข้าวังมากี่ปีแล้ว
ขันทีน้อยฉีกยิ