้มขึ้นมา “เรียนกงกง เกือบห้าปีแล้วขอรับ”
ขันทีชราแซ่หงกล่าวว่า “ตอนแรกสุดเจ้าถูกตีอยู่หนึ่งปี จากนั้นเจ้าก็ใช้เวลาอีกปีหนึ่งทำให้ตัวเองไม่ต้องโดนตีอีก แล้วก็ใช้เวลาอีกสองปีถึงทำให้ข้ามองเห็น เช่นนั้นเจ้าทำอะไรอีกถึงมาถือพัดอันนี้ได้”
ในขณะที่ขันทีชราเริ่มพูด ขันทีน้อยก็เริ่มโขกศีรษะ หน้าผากและพื้นสัมผัสกัน ส่งเสียงดังตึกตึก
เมื่อได้ยินคำถามสุดท้าย ขันทีน้อยก็ก้มศีรษะพลางกล่าวว่า “ข้าเอาเงินทั้งหมดที่สะสมเอาไว้สี่ปีแรกออกมามอบให้คนอื่น แล้วก็… ใช้มีดแทงคนคนหนึ่งขอรับ”
“อายุเพียงเท่านี้ก็รู้จักวิธีการควบคุมจุดอ่อนของคนอื่นแล้ว เจ้าช่างฉลาดจริงๆ อีกทั้งยังไม่เลือกวิธีที่จะทำให้ตัวเองก้าวหน้าด้วย แถมนิสัยยังถูกใจข้านัก”
ขันทีชราแซ่หงหรี่ตามองเขา “กระทั่งพรสวรรค์เองก็ไม่เลว แต่ทำไมข้าถึงต้องสอนเจ้าด้วยล่ะ?”
……
……
เหอจานเหลียวหน้ากลับไปมองดูสวน บนใบหน้าที่ขาวซีดไม่มีอารมณ์แค้นเคืองใดๆ มีเพียงความตื้นตันและเคารพยำเกรง
นี่ย่อมต้องเป็นสิ่งที่เขาแสร้งทำ แต่ว่าถึงแม้ขันทีชราแซ่หงจะปฏิเสธคำขอของเขา แต่เขาก็ยังได้ประโยชน์บางอย่างอยู่
ภายในวังมีขันทีมากมายขนาดนั้น จะมีสักกี่คนที่มีสิทธิ์มานั่งพัดไล่ยุงให้หงกงกง? ดูแล้วในช่วงเวลาหลังจากนี้ ชีวิตของเขาน่าจะดีขึ้น นางสนมผิงอาจจะให้ของอะไรบางอย่างแก่เขาเพื่อเห็นแก่หน้าหงกงกงก็เป็นได้ แต่เมื่อคิดถึงคำพูดประโยคสุดท้ายของขันทีชราแซ่หง เขาก็รู้สึกกลุ้มใ