จิ๋งจิ่วมองนางเงียบๆ
องค์หญิงน้อยก็มองเขาเงียบๆ
คนสองคนจ้องมองดวงตาของอีกฝ่ายเช่นนี้ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ คงเป็นเพราะองค์หญิงน้อยนั่งขัดสมาธิจนเมื่อยล้า สองมือไม่อาจยันไว้ได้ จึงล้มลงไปอยู่ในอ้อมอกของจิ๋งจิ่ว
ภายในตำหนักพลันมีเสียงถกเถียงดังขึ้นมา ไม่รู้ฮ่องเต้ทั้งสองพระองค์กำลังทะเลาะอะไรกัน
องค์หญิงน้อยรวบรวมความกล้า จุมพิตไปที่แก้มเข้าที่หนึ่ง จากนั้นคล้ายโดนน้ำร้อนลวก กระเด้งตัวกลับมานั่งลง พลางหัวเราะแห้งๆ ให้จิ๋งจิ่วเล็กน้อย
จิ๋งจิ่วไม่มีเพลิงกระบี่ จึงได้แต่ต้องใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำลายที่อยู่บนใบหน้าแทน พลางกล่าวว่า “หากเจ้าจำคนผิดจะทำอย่างไร?”
องค์หญิงน้อยตกใจ ใช้มือเล็กๆ ปิดใบหน้าเอาไว้ พลางกล่าวอย่างเขินอายว่า “ท่าน…. ท่านรู้หรือว่าข้าเป็นใคร?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าเคยบอกแล้วว่าหากได้พบกัน ข้าจะจำเจ้าได้”
องค์หญิงน้อยมองดูเขาผ่านทางซอกนิ้วอย่างน่ารัก กล่าวว่า “ท่านก็… ท่านก็แสร้งทำเป็นว่าจำข้าไม่ได้มิได้หรือ?”
การเจรจาของฮ่องเต้แคว้นฉู่และฮ่องเต้แคว้นฉินจบสิ้นลง ประตูตำหนักเปิดออก นางกำนัลและนางกำนัลอาวุโสเดินเข้ามา
องค์หญิงน้อยคล้ายได้รับการนิรโทษกรรม รีบไถลตัวลงมายังด้านล่างตั่ง จากนั้นจูงมือฮ่องเต้แคว้นฉินเดินออกไปด้านนอกตำหนัก
เมื่อมองดูเด็กหญิงที่เดินเตาะแตะๆ คนนั้น จากนั้นคิดถึงท่าทางที่เงียบขรึมและอ่อนแอของนางเวลาที่อยู่ด้านนอก จิ๋งจิ่วจึงคิ