ิดเหมือนอย่างตอนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงอีก หากแต่มีเรี่ยวแรงอย่างมาก เขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้เลย
ก็เหมือนกับเด็กน้อยที่ไม่อาจปฏิเสธการป้อนนม หรือเหมือนกับคนธรรมดาที่ไม่อาจปฏิเสธความตายได้
เมื่อพบเจอก็ต้องมีแยกจาก ไม่ว่าจะเป็นโลกแห่งความเป็นจริงหรือว่าดินแดนแห่งความฝัน สุดท้ายก็มาถึงวันที่คณะทูตของแคว้นฉินต้องเดินทางกลับ
ฮ่องเต้แคว้นฉู่กับฮ่องเต้แคว้นฉินจับมือพูดอะไรบางอย่าง ห่างจากพวกเขาไม่ไกล องค์หญิงน้อยแห่งแคว้นฉินจูงมือองค์ชายเก้าแห่งแคว้นฉู่พลางพูดอะไรบางอย่างเช่นกัน
เมื่อเห็นภาพนี้ ประชาชนและขุนนางของทั้งสองแคว้นต่างอมยิ้มขึ้นมา
“ข้ากลัวว่า… หลังจากนี้จะจำท่านไม่ได้ ก็เลยอยากมาเจอท่านก่อน”
องค์หญิงน้อยมองดวงตาขององค์ชายเก้า พลางกล่าวอย่างจริงจังว่า “ต่อไปพวกเราก็เป็นคู่ต่อสู้กันแล้ว อย่าได้ออมมือให้ข้าเด็ดขาด”
องค์ชายเก้ากล่าวว่า “ตกลง”
……
……
ในช่วงเวลาหลายวันหลังจากนั้น นางกำนัลและนางกำนัลอาวุโสภายในวังมักจะชอบมาหยอกล้อกับองค์ชายเก้า — องค์หญิงน้อยจากไปแล้ว พระองค์ทรงคิดถึงนางหรือเปล่าเพคะ? ถ้ายังไงพระองค์ไปทูลเสด็จพ่อ ขอให้แต่งนางเข้ามาในวังดีไหมเพคะ?
แต่ในวันหนึ่ง การหยอกล้อเหล่านี้ก็หายไป นางกำนัลอาวุโสลูบหลังขององค์ชายเก้าเบาๆ พลางถอนใจไม่หยุด บางครั้งก็จะเช็ดหยดน้ำตาตรงหางตา
องค์ชายเก้าลืมตา มองนางเงียบๆ
เขารู้ว่าตนเองไม่ต้องถาม เพียงแค่มองดู นางกำนัลอาวุโสก็จะพูดออกม