มีคนแซงหน้าจิ๋งจิ่วไป เดินตรงไปข้างหน้า
โครงร่างของคนผู้นั้นดูแข็งกร้าว คล้ายมีดคล้ายขวาน ให้ความรู้สึกมั่นคงมิอาจสั่นคลอนได้ ราวหล่อหลอมขึ้นมาจากเหล็กกล้า ดูน่ายำเกรง
จิ๋งจิ่วรู้ว่าเขาคือไป๋เชียนจวิน
เขาคือหลานห่างๆ ของนักพรตไป๋ บำเพ็ญเพียรอยู่ภายในหุบเขาที่ห่างไกลแห่งหนึ่งในเขาอวิ๋นเมิ่ง
ก็เหมือนกับจัวหรูซุ่ยที่เก็บตัวอยู่บนยอดเขาเทียนกวงมาโดยตลอด เขาถูกสำนักฝากความหวังเอาไว้
เพียงแต่จัวหรูซุ่ยเก็บตัวยี่สิบปี ทั่วทั้งแผ่นดินล้วนทราบดี แต่กลับมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา นี่จึงยิ่งทำให้เขาดูลึกลับ
วันนี้ดูแล้วไป๋เชียนจวินท่าทีแข็งแกร่ง คล้ายจะเหนือกว่าลั่วไหวหนานเมื่อในอดีตเสียด้วยซ้ำ น่าจะอยู่ในขั้นจิตก่อรูปแล้ว
หลังจากนั้นชื่อที่เหลืออีกสามสี่ชื่ออย่างเซี่ยงหว่านซู ถงเหยียนและไป๋เจ่าก็ทยอยปรากฏขึ้นด้านบนหน้าผาโดยหมู่วิหคที่ก่อตัวกัน
ลูกศิษย์สำนักจงโจวที่เดินไปถึงด้านหน้าหุบเขา เมื่อรวมกับไป๋เชียนจวินก่อนหน้านี้แล้วมีอยู่ทั้งหมด 7 คน
เมื่อเห็นภาพแบบนี้ จึงยากที่จะไม่ให้เหล่าผู้บำเพ็ญพรตพากันวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมาได้ ทว่าที่นี่คือเขาอวิ๋นเมิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยันต์เซียนก็เป็นของสำนักจงโจว ทุกคนจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก อีกอย่างต่อให้สำนักจงโจวไม่กำหนดจำนวนคนที่จะเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคา สำนักอื่นก็ไม่สามารถส่งศิษย์อัจฉริยะออกมาได้มากมายเช่นนี้อยู่ดี
แน่นอน คำพูดประโยคนี้ไ