ค่อยๆ หายไป บนร่างกายเขามีรอยกระบี่ปรากฏขึ้นมาหลายสิบรอย คล้ายมีโลหิตซึมออกมา
……
……
ภายในหุบเขาเงียบสงัด
บนท้องฟ้าเองก็เช่นกัน
ฟ้าดินไร้ซุ่มเสียง
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองไปยังจิ๋งจิ่ว บ้างตกตะลึง บ้างเคารพยำเกรง บ้างมีศรัทธาแรงกล้า
จิ๋งจิ่วใช้วิชาอะไรกันแน่?
การเคลื่อนไหวของเขาดูลึกลับและยากคาดคะเนได้ เกรงว่าหลบหนีฟ้าดินของสำนักจงโจวก็ยังมิอาจเทียบได้
ภายในใจทุกคนเกิดคำถามจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นคิดถึงข่าวลือนั้นขึ้นมา
“สำนักท่านมีศิษย์อัจฉริยะมากมายขนาดนี้ ช่างน่ายินดีจริงๆ เพียงแต่….เก็บซ่อนเอาไว้เสียมิดชิดเหมือนกันนะ”
เยวี่ยเชียนเหมินมองฟางจิ่งเทียนและหนานว่างพลางกล่าว น้ำเสียงไม่ถึงกับขมขื่น กลับคล้ายเป็นการหยั่งเชิงเสียมากกว่า
ฟางจิ่งเทียนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร มองดูร่างที่อยู่ในหุบเขาร่างนั้น คล้ายกำลังคิดอะไรอยู่
หนานว่างกล่าวอย่างเฉยชา “ก็แค่ร่างกระบี่ไร้ลักษณ์แต่กำเนิด หรือชิงซานของข้าต้องไปเที่ยวป่าวประกาศด้วย?”