วที่นี่ จะต้องเป็นศิษย์สำนักจงโจวก่อนหน้านี้เป็นคนแจ้งนางอย่างแน่นอน
จิ๋งจิ่วย่อมต้องคิดถึงสาเหตุได้ เพียงแต่เขาไม่ได้คิด เขากล่าวว่า “ข้ามาหาคน”
ไป๋เจ่าได้ยินเสียงดังมาจากในวัด กล่าวว่า “ถึงแม้จะไม่รู้ว่าท่านมาหาใคร แต่ก็น่าจะยังอยู่ด้านใน”
ประตูไม้ของอารามใหญ่ปิดสนิท เซ่อเซ่อเขย่งปลายเท้ามองดูด้านใน มือเล็กๆ เคาะประตูไม่หยุด กล่าวตะโกนว่า “แน่จริงก็มาเปิดประตูให้ข้าสิ!”
จิ๋งจิ่วและไป๋เจ่าไม่ได้เดินเข้าไป หากแต่มองดูอยู่ไกลๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดประตูอารามก็เปิดออก
เซ่อเซ่อเดินเข้าไปอย่างโมโห แต่เมื่อเห็นร่างที่นั่งคุกเข่าอยู่บนอาสนะ หันหน้าไปทางพระพุทธรูปโบราณ ใจของนาพลันอ่อนลงทันที
นางเดินไปด้านหลังเหอจาน กล่าวว่า “ต่อให้….เป็นพระแล้ว ก็ไม่ต้องเศร้าขนาดนี้หรือเปล่า? นี่ถึงขนาดหลบหน้าข้า”
เหอจานได้ยินคำปลอบใจที่ฟังดูเหลวไหลของเซ่อเซ่อ จึงถอนใจออกมาพลางกล่าวว่า “เจ้าจะไปรู้อะไร?”
เซ่อเซ่อนั่งยองๆ อยู่ด้านข้างเขา มองดูใบหน้าเขา ในสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและอยากลอง
เหอจานโกนผมออกจนหมด หนวดเคราเองก็โกนจนเกลี้ยงเกลา ใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์กว่าเดิมมาก
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของเซ่อเซ่อ เขาก็กล่าวเตือนอย่างระแวงว่า “ห้ามจับหัวข้า”
เมื่อถูกอีกฝ่ายคาดเดาความคิดถูก เซ่อเซ่อก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเล็กน้อย นางกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าจึงเศร้าเสียใจ เช่นนั้นเจ