้าบอกข้ามาสิ”
เหอจานกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “เพื่อนของข้าหักหลังพวกเดียวกันเอง สุดท้ายทำให้เพื่อนของข้าคนหนึ่งต้องตายไป เจ้าว่าข้าเป็นตัวอะไร?”
เซ่อเซ่อกล่าวอย่างไม่เข้าใจ “นั่นเป็นเรื่องของเพื่อนเจ้า เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?”
เหอจานกล่าวว่า “มองคนไม่ออก ทำให้เกิดเรื่องร้าย หรือว่านี่ไม่ใช่ความผิดข้า?”
เซ่อเซ่อกล่าวว่า “จริงอยู่ที่เจ้าตาบอด แต่นั่นมันก็เป็นปัญหาของคนๆ นั้น ปัญหาของเจ้าไม่ถือว่าร้ายแรง”
“ตั้งแต่เล็กข้าไม่มีพ่อแม่ จนกระทั่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร เพิ่งจะรู้ประวัติความเป็นมาของแม่ ข้างกายก็เกิดเรื่องใหญ่ แค่นี้ก็เห็นได้แล้วว่าข้ามันเป็นตัวอัปมงคล”
เหอจานนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ข้าคิดว่า…ต่อไปเจ้าอย่ามาหาข้าจะดีกว่า”
เซ่อเซ่อโมโหอย่างมาก กล่าวว่า “ตอนที่พ่อของข้าตาย ข้าจำอะไรไม่ได้เลย นับตั้งแต่ที่ข้าจำได้ ย่าของข้าก็กลัวว่าแม่ข้าจะแต่งงานใหม่ ทุกวันคิดแต่ว่าจะฆ่านางอย่างไร จากนั้นให้ข้าขึ้นเป็นเจ้าสำนักต่อ เพราะอย่างไรเสียข้าก็แซ่เต๋อ เท่ากับว่าการมีอยู่ของข้าก็คือเหตุผลที่แม่ข้าจะต้องตาย อย่างนั้นลูกสาวอย่างข้าถือเป็นตัวอะไร?”
กล่าวจบประโยคนี้ นางก็เศร้าเสียใจเป็นยิ่งนัก ในดวงตาเต็มไปด้วยหยดน้ำตา
เหอจานเหลียวหน้ามามองนาง ในใจรู้สึกทนไม่ได้ กล่าวปลอบนางว่า “อย่าร้องๆ”
เซ่อเซ่อยิ่งร้องไห้หนักขึ้น เสียงร้องไห้ดังสะท้อนไปมาด้านหน้าพระพุทธรูป
เหอจานลังเลอยู่