มิงคือประมุขนิกายเสวียนอิน ในตอนนั้นท่าน….”
“เรื่องที่ไม่สำคัญไม่ต้องพูด”
กู้ชิงคิดในใจ นั่นเป็นคนที่ในตอนนั้นท่านตัดสินใจจะไปสังหาร เจวี่ยนเหลินเหรินใช้เวลาอยู่หลายปีถึงจะสืบออกมาได้ แล้วจะไม่สำคัญได้อย่างไร
“ตอนนั้นอาจารย์อาบอกว่าพลังของพวกวิถีมารนั้นมาจากวัตถุภายนอก หากตอนนี้นางไม่สะกดกระบี่มิคำนึงเอาไว้ นางก็สามารถสู้กับแหวกทะเลได้…”
กู้ชิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ กล่าวว่า “ต่อให้ศิษย์พี่จัวแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะไปถึงขั้นแหวกทะเล หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เหตุใดอาจารย์อาถึงแพ้ได้?”
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ จู่ๆ พลันกล่าวว่า “เจ้านี่ซื่อบื้อจริงๆ ไม่รู้เลยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่”
เวลานี้กู้ชิงถึงได้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดอาจารย์ถึงคิดว่าเรื่องของหวังเสี่ยวหมิงไม่สำคัญ
อาจารย์เผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาอย่างที่ยากจะเห็นได้ คิดไม่ถึงว่าจะถูกตัวเองได้ยินเข้า…
เขาตื่นเต้นจนไม่รู้จะวางมือเอาไว้ที่ไหน โชคดีที่ในเวลานี้มีสียงทักทายของเยาซงซานดังขึ้นมาจากด้านหน้าเรือน
……
……
ในเรือนด้านหน้าของเรือนลอกคราบเต็มไปด้วยคน
ฟางจิ่งเทียนยังอยู่หัวแถว หนานว่างนั่งอยู่ทางด้านซ้าย ไป๋หรูจิ้งผู้อาวุโสแห่งยอดเขาเทียนกวงและผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ยคนหนึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ศิษย์คนอื่นๆ ย่อมต้องยืนอยู่ จัวหรูซุ่ยยืนอยู่ในมุมที่ไม่สะดุดตา
นี่คือการประชุมของชิงซาน
จิ๋งจิ่วเดินเข้ามา มองดูสถานการณ์ภ