ายในเรือน ยืนอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะคารวะ
บรรยากาศภายในเรือนค่อนข้างตึงเครียด
กู้ชิงมองดูรอบๆ ก่อนจะย้ายเก้าอี้มาตัวหนึ่ง วางลงข้างหนานว่าง จากนั้นถอยกลับไปในกลุ่มคน
จิ๋งจิ่วพอใจกับการแสดงออกจากกู้ชิง แต่เมื่อเห็นว่าเขาวางเก้าอี้เอาไว้ใกล้หนานว่างขนาดนั้น จึงรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไร
ถ้าจะพูดถึงความวุ่นวาย เหลียนซานเยวี่ยย่อมเป็นอันดับแรก
อันดับสองก็คือหนานว่าง
ไม่อย่างนั้นทำไมตอนนั้นเขาถึงต้องไปเก็บตัวอยู่ในถ้ำด้วย? เพราะทั้งที่จริงแล้วการบำเพ็ญเพียรอยู่ริมผานั้นอากาศดีกว่ามาก
ในตอนนั้น หนานว่างที่ยังเป็นสาวน้อยมักจะมาร่ำสุราอยู่บนยอดเขาชิงหรงทุกคืน พลางร้องเพลงรักของเผ่าเร่ร่อนทางใต้ให้แก่ยอดเขาฝั่งตรงข้าม
ฝั่งตรงข้ามของยอดเขาชิงหรงก็คือยอดเขาเสินม่อ
หนวกหู
จิ๋งจิ่วคิดถึงเรื่องเหล่านี้ พลางนั่งลงไปบนเก้าอี้
บรรยากาศตึงเครียดภายในเรือนคลี่คลายไปทันที เพียงแต่รู้สึกค่อนข้างกระอักกระอ่วน
กู้ชิงย้ายเก้าอี้เข้ามา ก็เพื่อจะบอกทุกคนว่าอาจารย์ของเขามีความอาวุโสเทียบเท่าผู้อาวุโสสี่ท่านนี้
หากจะพูดคุยหารือนั้นย่อมได้ แต่อย่ามาวางทีท่าเหมือนจะสอบสวน
หนานว่างร้อนใจ กล่าวถามว่า “ระหว่างเจ้ากับสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่มีอะไร”
หนานว่างกรอกตาใส่ กล่าวว่า “อย่างนั้นเหตุใดพวกนางถึงเห็นด้วยกับการกระทำที่เหลวไหลเช่นนี้ของเจ้าด้วย?”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด กล่าวว่า