นยังสอดคล้องกับความต้องการของนาง
จิ๋งจิ่วคิดไม่ถึงว่านางจะเดาออกว่าตนคือคนที่อยู่ในทะเลตะวันตกผู้นั้น รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “นางสบายดี”
ไป๋เจ่ามองดูกระบี่เหล็กที่อยู่ด้านหลังเขา รู้สึกตกใจเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ตอนอยู่ที่เมืองเจาเกอรู้สึกว่าสภาวะของท่านมีความก้าวหน้า ข้ายังนึกว่าเจวี่ยนเหลียนเหรินมองผิดไป”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ ประเดี๋ยวจะมีคนมาหาเรื่อง เลยปิดบังความสามารถเอาไว้หน่อย”
น้ำเสียงของเขาเฉยชา แต่ไป๋เจ่าได้ฟังกลับรู้สึกหวานเป็นอย่างมาก เพราะนี่แสดงถึงความเชื่อใจ
ยิ่งไปกว่านั้นหากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะเกียจคร้านที่จะอธิบายแน่นอน นางรู้สึกว่าท่าทีที่เขามีต่อตนเองเปลี่ยนไปมากจริงๆ
“อย่างนั้นท่านจะเป็นตัวแทนสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยลงประลองหรือ?”
ไป๋เจ่ากล่าวอย่างกังวลใจ “เกรงว่าอาจารย์ของชิงซานคงไม่เห็นด้วย จะต้องโกรธมากอย่างแน่นอน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ที่ชิงซาน ข้าไม่มีอาจารย์”
ไป๋เจ่าถึงได้คิดขึ้นมาได้ว่าเขาเป็นศิษย์หลานของนักพรตจิ่งหยาง ตอนนี้ในชิงซานไม่มีใครเป็นอาจารย์เขาอย่างที่ว่าจริงๆ จากนั้นจู่ๆ พลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย จึงลูบหน้าอกเบาๆ พลางกล่าวว่า “โชคดีที่พวกเราไม่ได้เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ไม่อย่างนั้นข้ามิต้องเรียกท่านว่าอาจารย์อาหรอกหรือ?”
จิ๋งจิ่วคิดในใจ ควรจะเรียกปรมาจารย์อาต่างหากล่ะ
ไป๋เจ่ากล่าวอย่างจริงจังว่า “รายละเอียดงานชุมนุมแสวง