นที่สุดเจ้าก็มาแล้ว!”
เสียงที่สดใสเสียงหนึ่งดังขึ้นในหุบเขา
เสียงกระดิ่งที่ฟังดูสดใสเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกัน หญิงสาวผู้หนึ่งพุ่งลงมาราวกับลูกนกที่บินมาจากในป่า นั่นคือเซ่อเซ่อ นายหญิงน้อยแห่งสำนักเสวียนอิน
ในกระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป สมณะแห่งวัดกั่วเฉิงรูปหนึ่งอยากจะเงยหน้าขึ้นมา แต่สุดท้ายกลับก้มหน้าลงไป ดูค่อนข้างอ้างว้างโดดเดี่ยว
……
……
จิ๋งจิ่วเงยหน้าขึ้นมา มองดูเซ่อเซ่อ ความหมายชัดเจน
เซ่อเซ่อเอี้ยวตัวเล็กน้อย คล้ายนกที่บินวกกลับไปยังหน้าผา ส่งเสียงเหอะอย่างหงุดหงิดออกมา
กู้ชิงเดินเข้ามาหาจิ๋งจิ่ว ยังไม่ทันจะได้ทำการคารวะก็รีบกล่าวเสียงเบาๆ ใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดพูดออกมา
เพียงแต่ในหุบเขามีคนอยู่มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์ที่มีสภาวะล้ำลึกอย่างฟางจิ่งเทียนและหนานว่างจะต้องได้ยินสิ่งที่เขาพูดอย่างแน่นอน เขาจึงไม่อาจพูดอะไรมากได้
เขาเดินเป็นเพื่อนจิ๋งจิ่วขึ้นไปบนหน้าผา พูดในสิ่งที่ควรจะพูดจนหมด ก่อนจะถอยไปยังด้านหลัง
จิ๋งจิ่วเดินเข้าไปหากลุ่มศิษย์ของชิงซาน
เขาเป็นศิษย์ชิงซาน เดิมนี่ควรจะเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด สีหน้าของศิษย์ชิงซานหลายๆ คน รวมไปถึงกั้วหนานซานและกู้หานต่างก็ดูแปลกไปเล็กน้อย
บนหน้าผามีบรรยากาศที่ดูตึงเครียดและกระอักกระอ่วนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา
เมื่อเห็นภาพนี้และรับรู้ได้ถึงบรรยากาศเช่นนี้ ผู้บำเพ็ญพรตของสำนักอื่นต่างรู้สึกไม่เข้าใจ
จากนั้