้นได้จากไปแล้ว
คนผู้นั้นเข้ามาในป่า ยืนอยู่บนยอดไม้ นิ้วมือขยับเล็กน้อย กิ่งไม้จำนวนนับไม่ถ้วนร่วงตกลงไปด้านล่างอย่างไร้ซุ่มเสียง ประกอบกันเป็นแท่นสี่เหลี่ยมแท่นหนึ่ง
เขาหยิบเอาเก้าอี้ไม้ไผ่ออกมาวางไว้บนแท่น ถอดหมวกลี่เม่าออก จากนั้นนอนลงไป
ลมในคืนนี้แรงเป็นพิเศษ ส่งเสียงหวีดหวิว พัดพาเมฆออกไปจนหมด แสงดาวเปล่งประกายระยิบระยับ
แสงดาวตกกระทบลงบนใบหน้า ยังคงงดงาม ไม่มีอารมณ์ใดๆ
คำพูดที่คนเหล่านั้นพูดในวัดร้างไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่ออารมณ์ของเขา
ลมบนภูเขาพัดแรงขึ้นเรื่องๆ กิ่งไม้ไหวเอนเบาๆ แท่นไม้ไม่มีทีท่าว่าจะพังถล่มลงมา แต่เก้าอี้ไม้ไผ่กลับส่งเสียงครึกๆ
จิ๋งจิ่วคิดในใจ ต้องเอาไปซ่อมอีกแล้ว ไม่รู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยปลูกไม้ไผ่เอาไว้ในวัดกั่วเฉิงหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นจะได้ส่งไปให้เขาซ่อม
สายลมยามค่ำคืนส่งเสียงหวีดหวิว ต้นไม้ใหญ่ไหวเอนเบาๆ หมู่ดาวและภูเขาที่อยู่ในดวงตาล้ายกำลังเคลื่อนไหว ดูเลื่อนลอย
หากอยากจะวาดภาพนี้ขึ้นมา จำเป็นต้องใช้จิตรกรที่มีฝีมือดีอย่างมาก
นี่ทำให้เขาคิดถึงพระที่ก้มหน้าอยู่ในวัดร้างรูปนั้น
คืนนี้มีเหอจานอยู่
จากนั้นเขามองไปทางชิงซานที่อยู่ไกลออกไป
ยันต์เซียนวัฒนะมีแรงดึงดูดอย่างมาก
เขาคำนวณเรื่องที่จัวหรูซุ่ยจะออกจากการเก็บตัวเอาไว้แล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเจ้าล่าเยวี่ยจะแพ้เขา
ตอนนั้นเขาได้เคยบอกกับนางเอาไว้หลายครั้งแล้วว่าจะแพ้ไม่ได้
ทำไมถึงแพ้ได้ล่ะ?