ดว่าไต้ซือวัดกั่วเฉิงรูปนี้เป็นอะไร?
สมณะหนุ่มลุกขึ้นยืน มองดูคนผู้นั้นพลางกล่าว “เจ้าบอกว่านักพรตจิ่งหยางเอาของวิเศษของชิงซานไป แต่เจ้าได้คิดบ้างหรือไม่ว่าเดิมของวิเศษเหล่านั้นมันก็เป็นของนักพรตอยู่แล้ว? แล้วเจ้ายังบอกอีกว่าเวลาชิงซานเกิดเรื่องอะไรขึ้น ท่านนักพรตไม่เคยสนใจเลย แต่เจ้าได้เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าในตอนที่ใครจะคิดร้ายกับชิงซาน หรือเขาผู้นั้นจะไม่คิดถึงท่านนักพรต?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ตอนแรกผู้คนต่างรู้สึกว่าเหลวไหล แต่หลังจากนั้นกลับได้สติขึ้นมา คำพูดช่วงแรกของสมณะหนุ่มนั้นยังสามารถโต้แย้งได้ แต่คำพูดช่วงหลัง….
ในช่วงเวลาสองร้อยปีก่อนนักพรตจิ่งหยางจะบรรลุกลายเป็นเซียน เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ชิงซาน แทบจะไม่เคยเจอกับวิกฤติอันตรายใดๆ เลยก็ว่าได้
เพราะอะไร? เพราะนักพรตจิ่งหยางคือคนที่มีสภาวะสูงที่สุดในแผ่นดินเฉาเทียน
ถึงแม้เขาจะเก็บตัวอยู่ในยอดเขาเสินม่อมาเป็นเวลายาวนาน ไม่เคยสนใจเรื่องในโลกภายนอก แต่เขาก็ยังเป็นผู้ที่มีสภาวะสูงสุดผู้นั้น
ขอเพียงเขาอยู่ ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลนชิงซาน
หลักเหตุผลนี้เรียบง่าย แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตบนโลกหรือหลายๆ คนในชิงซานกลับไม่เคยคิดเข้าใจมาก่อน
หรือไม่ก็เป็นเพราะพวกเขาไม่ยอมที่จะคิดเรื่องนี้
นี่คือเรื่องจริง ทำให้คนรู้สึกทอดถอนใจ
ภายในวัดร้างเงียบสงัด
ไม่มีใครสังเกตเห็นในมุมที่อยู่ในเงามืด คนที่สวมหมวกลี่เม่าผู้นั