ัดเล่มหนึ่ง เช่นนั้นระดับฝีมือของจิตรกรผู้วาดภาพก็ดูด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
จิ๋งจิ่วมองดู ในใจครุ่นคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่เหมาะกับเจ้าจริงๆ
เขาย่อมไม่มีทางพูดความคิดเหล่านี้ออกไป หากแต่เข็นรถเข็นออกจากห้องภาวนามายังริมทะเลสาบ
เมื่อมาถึงริมทะเลสาบ ต้นไม้และดอกไม้ที่มองเห็นได้ก็มิได้ดูแน่นขนัดเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีก หากแต่ดูปลอดโปร่งขึ้นมาเล็กน้อย
กั้วตงส่งเสียงอืมอย่างพึงพอใจ กล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าจะให้คนมาตัดต้นไม้พวกนี้ทิ้ง”
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่าหากตัดต้นไม้พวกนี้ทิ้งจนหมด ทะเลสาบโล่งๆ แห่งนี้ก็จะไม่มีอะไรน่าดูอีก
ลมพลันพัดขึ้นมา เกล็ดหิมะร่วงตกลงมาจากต้นไห่ถัง ตกลงมาบนตัวทั้งสองคน
ช่วงเวลาสามปีมานี้ เขากับกั้วตงมิได้พบเจอเรื่องอะไร
การพบเจอเรื่องราวมักจะมิใช่ว่าเรื่องราวรอเราอยู่ที่นั่น หากแต่เป็นตัวเราที่วิ่งเข้าไปหามันต่างหาก
กั้วตงเคยเลือดร้อน ตอนนี้ก็ยังเลือดร้อนอยู่ แต่วันเวลาผ่านไปนานหลายปี การผดุงความยุติธรรมเหล่านั้นได้ทำจนเบื่อแล้ว มิได้เที่ยววิ่งไปหาเรื่องเหมือนอย่างในอดีตอีก
ในตอนนั้นเจ้าล่าเยวี่ยก็มีความรู้สึกแปลกใหม่กับเรื่องแบบนี้ กระบี่มิคำนึงถึงได้อาบเลือดมากมายขนาดนั้น
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนจิ๋งจิ่วก็ล้วนแต่ไม่สนใจ เขาเพียงแค่อยู่เป็นเพื่อนอย่างเงียบๆ
เมื่อคิดถึงเจ้าล่าเยวี่ย ความรู้สึกแปลกๆ ก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง จิ๋งจิ่วเลิกคิ้วเล็กน้อย
ในทะเลสาบมีหญ้าน้ำเ