พียงเล็กน้อย หมู่ปลาแหวกว่ายอย่างเอื่อยๆ
กั้วตงมองทะเลสาบ กล่าวถามว่า “มีเรื่อง?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าจะไปแล้ว”
กั้วตงครุ่นคิดเล็กน้อย กล่าวว่า “รักษาตัวด้วย”
ความจริงจิ๋งจิ่วสามารถจากไปตั้งแต่ตอนที่อยู่ตรงบ่อผ่านฟ้าได้เลย แต่เขากลับมาที่สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเพื่อจะบอกลานาง
ด้วยนิสัยของกั้วตง นางควรจะพูดว่าไม่ส่ง แต่ที่นางพูดว่ารักษาตัวด้วย ก็เป็นเพราะนางรู้ว่าเขายังจะกลับมาอีก
พร้อมกับยันต์เซียนวัฒนะ
จิ๋งจิ่วเข็นนางกลับมายังห้องภาวนา จากนั้นจากไป
กั้วตงนั่งอยู่บนรถเข็น มองดูนอกหน้าต่าง มิได้เหลียวหน้ากลับมา
ต้นไม้และดอกไม้ที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างแน่นขนัดไปจริงๆ
นางเลิกคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยชอบใจ จึงให้คนมาตัดทิ้ง
ต้นไม้ถูกตัดทิ้งจนหมด จากนั้นถูกขนออกไป
เบื้องหน้าเปิดโล่ง
กั้วตงมองดูเมฆที่อยู่บนท้องฟ้า นิ่งเงียบไม่พูดอะไร
เมฆสีขาวลอยออกมาจากในทะเลสาบ ทิ้งเงาเอาไว้ในหุบเขาสีเขียว
จิ๋งจิ่วเดินออกไปจากสำนักแม่ชี จากนั้นหยุดฝีเท้า เงยหน้ามองท้องฟ้า มองดูก้อนเมฆ
……
……
ในที่แห่งหนึ่งมีภูเขาที่ไม่มีชื่ออยู่ลูกหนึ่ง ในภูเขามีวัดร้างอยู่แห่งหนึ่ง
ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ทุกอย่างดูอ้างว่างโดดเดี่ยว ทางขึ้นเขาถูกวัชพืชปกคลุม ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านมาแม้แต่คนเดียว แต่คืนนี้ภายในวัดร้างกลับมีคนอยู่มากมาย
เมื่อเทียบกับโลกมนุษย์แล้ว ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นมีการนัดหมายอยู่มากมาย
ภายในวัดร้างในภู