เหลี่ยงว่างอย่างกั้งหนานซาน โหยวซือลั่ว กู้หานต่างก็อยู่ในขั้นคเนจรแล้ว
ภายหลังยอดเขาเสินม่อส่งจดหมายแจ้งยอดเขาต่างๆ ว่าเจ้าล่าเยวี่ยเตรียมจะเข้าร่วมงานชุมนุมด้วย สายตาเหล่านั้นพลันมองมาที่นางทันที
ในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อ การที่เจ้าล่าเยวี่ยจะมาแย่งชิงกับลูกศิษย์ยอมต้องทำให้เกิดเสียงคัดค้านขึ้นมาบ้าง
ผู้อาวุโสของแต่ละยอดเขาคิดในใจ มีใครบ้างไม่อยากได้ยันต์เซียน เจ้าไปได้ หรือพวกข้าจะไปไม่ได้?
ผลสุดท้ายพวกเขาหันกลับมามองดูตัวเอง พบว่าคนที่มีคุณสมบัติตรงกับเงื่อนไขนั้นไม่มีสักคน…
ในเวลานี้หลายๆ คนถึงได้คิดขึ้นมาได้ว่าอายุของเจ้าล่าเยวี่ยนั้นน้อยกว่าพวกกั้วหนานซานมากนัก
……
……
เจ้าล่าเยวี่ยเดินออกมาจากในถ้ำ รับเอาหินสีดำที่แตกเป็นเสี่ยงมาจากหยวนฉวี่ มองดูอย่างตั้งใจอยู่ครู่ใหญ่ คิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
กู้ชิงเดินเข้ามาคารวะ หยิบเอาภาพออกมาสองภาพ
เจ้าล่าเยวี่ยโยนหินแตกสีดำที่อยู่ในมือทิ้งไปด้านล่างหน้าผา ก่อนจะรับเอารูปภาพมาดู
“นี่คือภาพของตระกูลหลี่ที่ถูกขโมยไปภาพนั้นขอรับ” กู้ชิงกล่าวแนะนำ “ภาพนี้มีการบันทึกเอาไว้ในหนังสือหลายเล่ม มีชื่อเสียงอย่างมาก กระทั่งถูกตระกูลหลี่เก็บซ่อนเอาไว้ เพื่อนของเขาผู้นั้นจับตาดูภาพนี้เอาไว้ตั้งแต่แรก ก็เลยไม่ได้เล่นลูกไม้อะไรกับภาพนี้ในตอนที่ขายทรัพย์สมบัติภายในบ้าน”
เนื้อหาภายในภาพนี้คือดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืนและภูเขา