นางรับเอาภาพที่สองมา นี่เป็นภาพเหมือนภาพหนึ่ง น่าจะเพิ่งวาดเสร็จได้ไม่นาน
หลังผ่านมาหลายปี ในที่สุดเจวี่ยนเหลียนเหรินก็วาดภาพเหมือนของเจ้าสำนักคนใหม่ ไม่สิ ควรจะเรียกว่าประมุขนิกายคนใหม่ของนิกายเสวียนอินเสร็จเรียบร้อย
ประมุขคนนี้เรียกตัวเองว่าหมิงหวัง อายุประมาณสามสิบ เมื่อประมาณสิบปีก่อนจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาที่เขาเหลิ่งซาน พลังแข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือว่ากันว่าเขาได้รับการยอมรับจากธงสุริยันแล้ว
การที่สามารถแสดงอานุภาพของธงสุริยันออกมาได้อย่างเต็มที่ นั่นแทบจะเป็นพลังการต่อสู้ที่เทียบเท่าได้กับสภาวะขั้นทะลวงสวรรค์
หยวนฉวี่นั่งฟังคำพูดของกู้ชิงอยู่ข้างๆ เกิดความรู้สึกพ่ายแพ้ขึ้นมาอย่างรุนแรง อดรู้สึกสับสนไม่ได้
พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของเขากับกู้ชิงล้วนแต่ไม่เลว ยิ่งไปกว่านั้นยังได้อาจารย์ที่ดี สภาวะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานกู้ชิงก็จะบรรลุไปยังขั้นคเนจร เขาเองก็ด้อยกว่าไม่เท่าไร แต่เมื่อเทียบกับประมุขนิกายคนใหม่ผู้นั้น…เวลาในการบำเพ็ญของคนผู้นั้นต่างกับตนไม่มาก แต่เขากลับแข็งแกร่งขนาดนี้ นี่มันไม่ยุติธรรมเลย
“อานุภาพของวิธีมารส่วนใหญ่มาจากวัตถุภายนอก คล้ายกับตัวข้าในตอนนี้หากไม่สะกดกระบี่มิคำนึงเอาไว้ ข้าก็สามารถสู้กับขั้นแหวกทะเลได้ แต่มันจะมีความหมายอะไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ด้วยอายุและการบำเพ็ญเพียรของคนผู้นี้ หากคิดอยากจะทำให้ธ