พวกเจ้าเจวี่ยนเหลียนเหรินลองดูซิว่าหน้าข้ามีค่าเท่าไหร่
หมอคนนั้นเอามือบังสายตาเอาไว้ พลางกล่าวว่า “อาจารย์เซียน นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงิน แต่พวกข้าไม่ทราบข่าวจริงๆ”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ จิ๋งจิ่วรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก แต่บนใบหน้าย่อมมิได้แสดงอะไรออกมา ลุกขึ้นเดินออกจากโรงหมอไป
ในตอนที่เดินผ่านประตูโรงหมอ เขามองเห็นรถเข็นคันหนึ่งวางพิงกำแพงอยู่ ครุ่นคิดเล็กน้อยจึงเข็นออกมา พร้อมทิ้งใบไม้ทองคำเอาไว้ใบหนึ่ง
ในตอนที่กลับมายังตู้โดยสาร กั้วตงลืมตามองเขา มองดูรถเข็นที่เขาเข็นมา พลางถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “เจ้าไปทำอะไรมา?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไปส่งจดหมายมา”
เจวี่ยนเหลียนเหรินต้อนรับเขาอย่างดีมาโดยตลอด นี่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยินดีช่วยเหลือตน เขาก็ย่อมไม่เกรงใจ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถทำให้มั่นใจและหยั่งเชิงเรื่องบางเรื่องได้ —– มั่นใจว่าไม่มีใครรู้ว่ากั้วตงยังมีชีวิตอยู่ หยั่งเชิงว่าท่าทีที่เจวี่ยนเหลียนเหรินมีต่อตนนั้นอยู่ในระดับไหนกันแน่
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากโรงหมอ ทิ้งรอยล้อเอาไว้ใต้ต้นไม้ที่อยู่ด้านหน้าโรงหมอ
หมอคนนั้นนั่งอยู่ภายในห้องที่อยู่ในส่วนลึกของโรงหมอ คิ้วขมวดครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานาน คิดในใจว่าอีกประเดี๋ยวควรจะเรียนรายงานว่าอย่างไร?
พนักงานถือใบไม้ทองคำเดินเข้ามาในห้อง เล่าเรื่องที่จิ๋งจิ่วเข็นรถเข็นออกไปให้หมอฟัง
หมอไม่ได้สนใจ พยักหน้าเล็กน้อย
พนักงานมอง