ษด้วย สำนักชีค่อนข้างเก่า แต่ไหนแต่ไรมาไม่รับแขก”
แม่ชีชราผู้นั้นมองจิ๋งจิ่ว พลางกล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
เสียงของกั้วตงดังขึ้นมาจากในตู้โดยสาร “ข้าเอง”
แม่ชีชราสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ หลังจากนั้นครู่หนึ่งถึงได้สติขึ้นมา ก่อนจะกล่าวด้วยความตกใจและความยินดีว่า “แม่นางตงหรือ?”
กั้วตง กล่าวว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เจ้าอย่าได้บอกผู้อื่น แล้วก็อย่ามากวนข้า”
คำพูดประโยคนี้แข็งกร้าวเป็นอย่างมาก ไม่ได้มีมารยาทอะไรเลย แต่แม่ชีชราผู้นั้นกลับทำสีหน้าเหมือนนี่เป็นเรื่องที่สมควร นางพารถม้าเข้าไปด้านในสำนักชี
จิ๋งจิ่วปลดบังเหียน จากนั้นยื่นส่งให้แม่ชีชรา กล่าวว่า “เลี้ยงให้ดีนะ”
แม่ชีชราตอบรับอย่างระมัดระวัง พลางถามว่า “ต้องเลี้ยงถึงเมื่อไหร่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ตาย”
ม้าตัวนั้นมองจิ๋งจิ่วด้วยสายตาที่น่าสงสาร
แม่ชีชราพาม้าไปยังลานด้านหน้าสำนักชี นางยอมต้องเลี้ยงดูมันเป็นอย่างดี
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แม่ชีชราและแม่ชีที่เหลืออีกสามคนต้องเฝ้าอยู่ที่ลานด้านหน้า มีแค่ช่วงเย็นของทุกวันที่จะมายังสะพานหินเพื่อทำการคำนับสองสามครั้ง
สำนักชีมีขนาดเล็กมาก ทิวทัศน์เองก็ดีมาก
ทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดอยู่ในห้องภาวนาห้องหนึ่ง
บนกำแพงของห้องภาวนามีหน้าต่างทรงกลมอยู่บานหนึ่ง ด้านนอกหน้าต่างคือทะเลสาบเล็กๆ แห่งหนึ่ง ริมทะเลสาบมีต้นไม้ แผ่กิ่งก้านออกมา
เมื่อนั่งอยู่ในห