เปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าควรจะทำอย่างไร?”
หวังเสี่ยวหมิงกล่าว “เชื่อฟังข้า และร้องขอการอภัยจากข้า”
“เจ้ามิใช่จอมมาร”
ซูชีเกอพลันกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าเคยคิดว่าตัวเองคือจอมมาร ผลสุดท้ายถูกธาตุไฟเข้าแทรก กลายเป็นคนไร้ค่า”
“ข้าย่อมมิใช่จอมมาร จอมมารไม่มีทางที่จะต้องมาทนรับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานเหมือนอย่างข้า”
หวังเสี่ยวหมิงกล่าวด้วยสายตาแน่วแน่ “ข้าเป็นเพียงตัวเอกของเรื่องเล่าเรื่องนี้ ดังนั้นข้าถึงต้องมาแบกรับสิ่งเหล่านี้ก่อน จากนั้นถึงจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ”
……
……
ดวงตาที่อยู่ในธงสุริยันคู่นั้นหายไปแล้ว
จิ๋งจิ่วดึงสายตากลับมา จากนั้นหลับตาลงอีกครั้ง
กระบี่เหล็กเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกในท้องฟ้ายามค่ำคืน
ยอดฝีมือของนิกายเฟิงเตาที่ตามอยู่ด้านหลังเหล่านั้นก็รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวแปลกๆ จากในส่วนลึกของเขาเหลิ่งซานเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นเปลวเพลิงที่ค่อยๆ หายไปนั้น ภายในใจของเหล่ายอดฝีมือนิกายเฟิงเตารู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งหน้าไปรวมตัวกันที่ยอดเขายอดหนึ่ง
สำนักเสวียนอินโอหังเป็นอย่างมากจริงๆ แต่ปัญหาที่สำคัญนั้นอยู่ที่ว่าเหตุใดอานุภาพของธงสุริยันถึงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ ร้ายกาจกว่าสิ่งที่บันทึกเอาไว้ในช่วงเวลาสองร้อยปีที่ผ่านมาเสียอีก
มีคนถามว่า “ผู้ที่เข้าไปก่อนหน้านี้คือสหายจากสำนักไหน?”
ยอดฝีมือนิกายเฟิงเตาที่รูปร่างซูบผอมกล่าวว่า “ผู้อาวุ