โสของสำนักชิงซาน ไม่รู้ว่าเป็นผู้อาวุโสท่านไหน”
ทุกคนมองดูจุดสีดำที่ใกล้จะหายลับไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน ในใจครุ่นคิดว่าความเร็วที่น่ากลัวเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่ใช่ผู้อาวุโสธรรมดาเป็นแน่
……
……
เบื้องหน้าคล้ายมีเสียงคลื่นดังทอดมา
เพียงพริบตา เสียงคลื่นก็ชัดเจนดั่งเสียงฟ้าคำราม ดังก้องอยู่ในหู
จิ๋งจิ่วลืมตา มองไปยังทะเลอันกว้างใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า
เวลานี้ฟ้าสาง แสงอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบไปบนผิวทะเล ย้อมสีน้ำทะเลจนกลายเป็นสีที่ดูซับซ้อน บอกไม่ถูกว่าเป็นสีน้ำเงินหรือว่าสีทอง มีความรู้สึกงดงามที่แปลกประหลาด
ที่นี่อยู่ห่างจากเมืองไห่โจวมาทางเหนือสามพันลี้ รกร้างไร้ซึ่งผู้คน แม้แต่น้ำทะเลก็ยังเย็นยะเยือก ปลาเองก็แทบจะไม่มี ดูวังเวงยิ่งนัก
บนหินโสโครกที่อยู่ริมชายฝั่งมีอสูรทะเลตัวอ้วนปรากฏให้เห็นสามสี่ตัว ไม่รู้ว่าเวลาปกติพวกมันกินอะไรเป็นอาหาร
กระบี่เหล็กหยุดอยู่เหนือหินโสโครกก้อนหนึ่ง พักผ่อนเล็กน้อย
แมวขาวยื่นศีรษะออกมาจากอ้อมอกของกู้ชิง มองไปยังอสูรทะเลตัวอ้วนตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลอย่างอยากรู้อยากเห็น คล้ายกำลังคิดอยากจะลองชิมดูว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร
กู้ชิงอุ้มมันเอาไว้อย่างระมัดระวัง แล้วก็มองจิ๋งจิ่วอย่างระมัดระวัง
หลังออกมาจากเขาเหลิ่งซาน จิ๋งจิ่วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เขารู้สึกว่าอาจารย์จะต้องมีเรื่องในใจ
นี่พบเห็นได้น้อยนัก
“กลับไปแล้วลองสืบดูว่าคนที่อยู่ในสำนักเสวียนอินคนนั้นคือใคร”
จิ๋งจิ่วพ