ในตำหนัก แทนที่จะต้องมานั่งหวาดระแวงอยู่ที่นี่ สู้หนีไปให้ไกลดีกว่า
“ข้าเพียงแต่มาเพื่อทำให้เจ้าสบายใจ ถึงแม้ข้าจะไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์อะไรก็ตาม”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ศิษย์ชิงซานเป็นเพียงแค่สถานะหนึ่งที่มอบให้แก่เขา ต่อไปเขาจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูความเห็นของบิดาของเขา”
เมื่อกล่าวจบ เขากับกู้ชิงก็ออกไปจากตำหนัก มองไปทางส่วนลึกของวังที่อยู่ในความมืด ถือเป็นการบอกลาฮ่องเต้
……
……
แสงดาราสาดส่อง สายธารไหลเอื่อย เงาของกำแพงเมืองเจาเกอดูชัดเจน
กู้ชิงกล่าวถามว่า “อาจารย์ จะใช้รถหรือเปล่าครับ?”
คนบนยอดเขาเสินม่อต่างทราบดีว่าจิ๋งจิ่วมีโรคประหลาด นั่นก็คือเมื่อเทียบกับการขี่กระบี่แล้ว เขายินยอมที่จะเดินหรือว่านั่งรถมากกว่า
ตระกูลกู้สร้างรถเอาไว้ให้เขาโดยเฉพาะคันหนึ่ง เคยใช้มันส่งหลิ่วสือซุ่ยและเสี่ยวเหอไปยังวัดกั่วเฉิง ตอนนี้จอดอยู่ที่เมืองอวิ๋นจี๋
หากจิ๋งจิ่วอยากจะนั่งรถ กู้ชิงจะให้ตระกูลกู้นำรถคันนั้นบินส่งมา พวกเขาเพียงแค่ต้องรออยู่ที่อำเภอทงฉวีครึ่งคืนเท่านั้น
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ไม่ต้อง ประเดี๋ยวข้าจะไปยังที่ที่หนึ่ง เจ้ากลับไปชิงซานได้เลย”
กู้ชิงรู้สึกแปลกใจ เดิมการออกมาจากเมืองเจาเกอในเวลากลางคืนก็ค่อนข้างแปลกอยู่แล้ว แต่นี่อาจารย์ยังยอมขี่กระบี่แทนที่จะนั่งรถอีก…
อาจารย์จะไปที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงได้รีบร้อนเพียงนี้?
เมื่อคิดถึงเรื่องวุ่นวายที่จิ๋งจิ่วก่อขึ้นมาในคุกสะกดมาร กู้ชิงไหนเลยจะกล้า