ล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง
จิ๋งจิ่วเข้าใจความหมายของเขา จึงยื่นมือไปลูบศีรษะเขา กล่าวว่า “ข้ารู้”
……
……
กระบี่เหล็กแหวกอากาศขึ้นไป
ใช้เวลาไม่นาน พวกเขามาถึงเมืองจวี้เย่ที่อยู่ห่างจากเมืองไป๋เฉิงไปทางใต้เจ็ดร้อยลี้
ท้องฟ้ามืดมิด บนถนนยังคงคึกคัก โรงเตี๊ยมหลายแห่งยังคงมีคนกินอาหารอยู่ ขณะเดียวกันก็มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มีประโยชน์
สถานที่ในการแลกเปลี่ยนข่าวสารที่สะดวกที่สุดบนแผ่นดินเฉาเทียนมิใช่หอนางโลม แล้วก็มิใช่เหลาสุรา หากแต่เป็นโรงหมอ
โรงหมอที่บนแผ่นป้ายมีการแกะสลักรูปดอกไห่ถัง ดอกพุดซ้อน และดอกไม้นานาชนิดเอาไว้
จิ๋งจิ่วมองดูดอกไม้ที่ไม่รู้จักบนแผ่นป้ายพลางส่ายศีรษะ เขาติดต่อกับเจวี่ยนเหลียนเหรินมาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้
กู้ชิงอุ้มแมวขาวเดินขึ้นไปบนบันไดหิน เคาะประตูโรงหมอ
กลางดึกโรงหมอก็ยังรับคนไข้ แต่น้อยนักที่จะมีคนสองคนและแมวหนึ่งตัว
ยิ่งไปกว่านั้นสภาพของทั้งสองคนนี้ยังดูกระเซอะกระเซิง แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ป่วย หรือว่าคนป่วยคือแมวที่หลับตาอยู่ตัวนั้น?”
“คุณลูกค้า พวกเราไม่รักษาแมว..”
พนักงานของโรงหมอผู้นั้นยังไม่ทันพูดจบก็เงียบไป รีบพาพวกเขาเข้าไปในโรงหมอ จากนั้นปิดประตูหน้าลง
จิ๋งจิ่วถอดหมวกลี่เม่าออก เผยใบหน้าออกมา
กู้ชิงอุ้มแมวขาวยืนอยู่ด้านหลัง
จิ๋งจิ่วนั่งอยู่บนเก้าอี้
บนโต๊ะมีชาอยู่สามถ้วย
หลังชาร้อนในถ้วยเย็นชืดลง ในที่สุดหมอก็กลับมา
“อาจา