ว่าที่แท้นักพรตไป๋ก็มาถึงแล้ว อย่างนั้นความเห็นของพวกตนยังจะสำคัญอีกหรือ?
สภาวะของนักพรตไป๋เป็นหนึ่งในใต้หล้า เป็นยอดคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนแผ่นดินเทียบเท่าเจ้าสำนักชิงซานและคนอื่นๆ
นางยังมีอีกสถานะหนึ่ง นั่นคือคู่รักบำเพ็ญพรตของเจ้าสำนักจงโจว
ทั่วทั้งเมืองเจาเกอต่างเงียบลงเพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของนาง
เพราะสถานะและนิสัยของนาง แล้วก็เป็นเพราะที่นางบอกว่าเมื่อครู่นี้มีคนหนีออกมาจากใต้ดิน
บนพื้นดินพลันมีเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจบารมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“หรือนักพรตจะบอกว่าจักรพรรดิแห่งหมิงหนีออกมาจากใต้ดินแล้ว?”
แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งจากในวังขึ้นมาบนท้องฟ้า
แสงสีทองสว่างเจิดจ้า ภายในแฝงเอาไว้ด้วยความเมตตาอยู่หลายส่วน
แสงสีทองค่อยๆ หดหาย เผยให้เห็นร่างของฮ่องเต้
เจ้าสำนักจงโจวและคนอื่นพากันคารวะ
ถึงอย่างไรฮ่องเต้ก็มีตำแหน่งเป็นผู้ปกครองของแผ่นดินเฉาเทียน ยิ่งไปกว่านั้นสภาวะของเขาก็มิได้ด้อยไปกว่าผู้บำเพ็ญพรตเหล่านี้
หลิ่วฉือยิ้มๆ คล้ายรู้สึกว่าช่วงเวลาในการปรากฏตัวของฝ่าบาทนั้นช่างน่าสนใจจริงๆ
ฮ่องเต้มองไปยังที่หนึ่งทางตะวันตก กล่าวกับนักพรตไป๋ที่ยังไม่ปรากฏกายว่า “หากจักรพรรดิแห่งหมิงยังไม่หนีไป เช่นนั้นเขาก็ยังอยู่ในตัวชางหลง ดวงจิตของชางหลงถูกครอบงำ หากปล่อยให้มันหนีออกไปจากเมืองเจาเกอ ทุกชีวิตในใต้หล้าจะต้องเจอกับความทุกข์ยากอย่างแน่นอน”
นักพรตไป๋มิได้ปรากฏกาย แล้วก็มิได้ตอบฮ่องเต้