่นของเจ้าสำนักชิงซานหลิ่วฉือดังลงมาจากในท้องฟ้า
ยอดคนหลายๆ คนรวมไปถึงเขาต่างมองออกแล้วว่าดวงจิตของชางหลงได้ถูกจักรพรรดิแห่งหมิงควบคุมไปแล้ว เวลานี้มันไม่มีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่อีก
หากปล่อยให้ชางหลงหนีออกไปจากเมืองเจาเกอ จักรพรรดิแห่งหมิงอาจจะมีวิธีที่จะหนีไปจริงๆ ก็เป็นได้
นี่เป็นเรื่องที่มนุษย์บนแผ่นดินเฉาเทียนไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น เพื่อจะไม่ให้จักรพรรดิแห่งหมิงหนีไป ต่อให้ต้องสังหารชางหลงไปด้วยก็จำเป็นต้องทำ
ในส่วนลึกของเมฆดอกบัว ฉานจึกล่าวอมิตาพุทธ
ในเกี้ยวผ้าม่านสีเขียว ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักแม่ชีสุ่ยวเยวี่ยนิ่งเงียบ
ปู้ชิวเซียวนิ่งเงียบ
นักพรตถานผู้เป็นเจ้าสำนักจงโจวเองก็นิ่งเงียบ
การนิ่งเงียบมิได้หมายถึงความเห็นที่ตรงกัน การนิ่งเงียบของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยหมายถึงการเห็นด้วย การนิ่งเงียบของปู้ชิวเซียวหมายถึงความลำบากใจ การนิ่งเงียบของเจ้าสำนักจงโจวย่อมต้องหมายถึงคัดค้าน
มังกรชางหลงเป็นสัตว์เทพประจำสำนักจงโจว ถูกศิษย์สำนักจงโจวมองเห็นบรรพจารย์ แล้วเขาจะปล่อยให้มันเกิดเรื่องต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?
ทันใดนั้นพลันมีเสียงที่เย็นยะเยือกและใสซื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น “ก่อนหน้านี้มีคนหลบหนีออกมาจากใต้ดิน นั่นมันเกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ หลิ่วฉือเลิกคิ้วเล็กน้อย มิได้กล่าวกระไรอีก
ฉานจึที่อยู่ในเมฆดอกบัวเองก็นิ่งเงียบ
ปู้ชิวเซียวยิ้มเยาะตัวเองเล็กน้อย มิได้ว่าอะไร ในใจครุ่นคิด