พระสนมหูยืนฟังอยู่ด้านหลังหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดจึงทนไม่ไหว กล่าวว่า “นี่มันสมัยไหนกันแล้ว ยังมาคุยเรื่องพวกนี้กันอีก?”
กู้ชิงย่อมรู้แต่แรกแล้วว่านางแอบฟังอยู่ จึงกล่าวว่า “ภายหน้าองค์ชายต้องปกครองแผ่นดินนี้ ย่อมจำเป็นต้องรู้เรื่องเหล่านี้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อรู้ว่าอาจารย์หนีออกมาจากคุกสะกดมารได้แล้ว เขาก็สงบขึ้นกว่าเดิมมาก ดูคล้ายอาจารย์ขององค์ชายมากกว่าเดิม
พระสนมหูชอบฟังคำพูดแบบนี้ จึงยิ้มอย่างมีความสุขขึ้นมา มิได้กล่าวกระไรอีก
“เจ็ดสำนักใหญ่ที่ก่อตั้งงานชุมนุมเหมยฮุ่ยขึ้นมาในตอนนั้นยังมีวัดกั่วเฉิงและสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย ทั้งสองสำนักนี้เดินอยู่บนถนนของโลกปุถุชน แต่กลับฝึกฝนวิถีแห่งการตัดขาดจากโลก ดังนั้นจึงถือว่าเป็นกลาง”
กู้ชิงหมุนตัวกลับมา กล่าวอธิบายกับองค์ชายจิ่งเหยาต่อว่า “นิกายเฟิงเตาและสำนักกระบี่ซีไห่เป็นสำนักที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเพราะเทพดาบและเทพกระบี่ซีไห่ จึงทำให้ทั้งสองสำนักค่อนข้างมีชื่อเสียงบารมี แต่เนื่องเพราะเทพกระบี่ซีไห่สูญเสียพลังชีวิตไปเป็นจำนวนมากในศึกลานเมฆ ในช่วงเวลาหลายสิบปียากจะฟื้นฟูกลับมาได้ ส่วนสำนักเสวียนหลิง ต้าเจ๋อและจิ้งจงเองก็ล้วนแต่มียอดวิชาของตัวเอง ทว่าหลังจากก่อตั้งสำนักมาก็ยังไม่เคยมีใครที่บรรลุเป็นเซียนได้ คนที่บรรลุขั้นทะลวงสวรรค์ได้ก็มีอยู่น้อยนิด ดังนั้นจึงถือเป็นสำนักที่อยู่ในอันดับรองลงไป”
จิ่งเหยามองไปบนท้องฟ้า ก่อนกล่