าวอย่างจริงจังว่า “ข้าเป็นศิษย์ชิงซาน ต่อไปจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชิงซานอย่างแน่นอน แต่ว่ามันยังไม่พอ อาจารย์บอกว่าเรือนอี้เหมาสามารถเชื่อถือได้ แต่ข้าได้ยินนางกำนัลอาวุโสบอกว่าอาจารย์เหล่านั้นล้วนแต่ไม่ชอบข้า อย่างนั้นข้าควรจะไปหาใคร?”
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องใบหน้าเล็กๆ ของเขา ดูใส่ซื่อและบริสุทธิ์
กู้ชิงตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “ราชวงศ์มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับวัดกั่วเฉิงมาโดยตลอด”
จิ่งเหยาไม่ค่อยเข้าใจ กล่าวว่า “ในวัดกั่วเฉิงมิใช่ว่าเป็นพระกันหมดหรือ?”
กู้ชิงกล่าวว่า “กระหม่อมไม่ทราบสาเหตุ เอาไว้พระองค์โตแล้ว พระองค์ทรงลองถามฝ่าบาทด้วยตัวพระองค์เอง แต่ตัวกระหม่อมมองว่า บางทีอาจเป็นเพราะสำนักจงโจวมีอิทธิพลต่อราชสำนักมากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่งเหยาคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงกล่าวว่า “ข้ากลายเป็นศิษย์ชิงซาน สำนักจงโจวไม่พอใจอย่างมากใช่หรือไม่?”
กู้ชิงกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงต้องการทำเรื่องที่ทุกสำนักไม่พอใจนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้ง เรียกได้พูดถึงเจตนาในการก่อตั้งพันธมิตรเหมยฮุ่ยในอดีตออกมาอย่างชัดเจน
เจ็ดสำนักใหญ่และราชวงศ์ตระกูลจิ่งต่างเห็นพ้องต้องกันในจุดนี้
จิ่งเหยาถอนใจออกมาคล้ายผู้ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “ก็จริง ข้าต้องแย่งชิงบัลลังก์กับท่านพี่ ยังไงสำนักจงโจวก็ไม่มีทางชอบข้าอยู่แล้ว”
บทสนทนาดำเนินมาถึงตรงนี้ก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก
พระสนมหูเองก็ไม่อา