าวะอ่อนด้อยกว่าเล็กน้อย แต่เหล่าบัณฑิตแห่งเรือนอี้เหมาที่เขาเป็นผู้นำอยู่เป็นที่รักของเหล่าชาวบ้าน เป็นที่เคารพของเหล่าขุนนาง แล้วยังเป็นฐานรากของทัพหลวง เรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของอาณาจักร
ในอีกแง่หนึ่ง ทั้งสองคนที่อยู่บนฟ้านั้นมีสถานะใกล้เคียงกับฮ่องเต้ก็ว่าได้
ลมฤดูใบไม้ผลิไม่อบอุ่น แต่ลู่กั๋วกงกลับเริ่มเหงื่อแตก ด้านหลังชุดขุนนางของเขาใกล้จะเปียกจนชุ่ม
เวลาเคลื่อนผ่านไป
ในที่สุดลู่กั๋วกงก็โล่งใจขึ้น
แสงสีแดงบนท้องฟ้ายิ่งแดงขึ้น มิใช่เป็นเพราะดวงอาทิตย์ หากแต่เป็นเพราะเมฆสีแดงก้อนหนึ่งมุ่งหน้ามาจากทางมั่วชิว นั่นคือดอกบัวของฉานจึ
ข่ายพลังเมืองเจาเกอถูกคลายออก
แสงสว่างนั้นยังคงอยู่ในท้องฟ้าทางตะวันตก
นักพรตถานแห่งสำนักจงโจวเป็นดั่งคำร่ำลือ ใจแห่งเต๋ามั่นคงดุจดั่งหินผา
แสงอาทิตย์ยามเช้าพลันสว่างเจิดจ้า เงามืดในท้องฟ้าทางตะวันออกได้หายไปแล้ว
ปู้ชิวเซียวผู้เป็นเจ้าเรือนอี้เหมาบินลงมาในซากปรักหักพังของวัดไท่ฉาง เก็บหินฝนหมึกหางมังกร ยกมือบอกทุกคนว่าไม่ต้องมากพิธี
เขามองลงไปในหลุมลึกที่อยู่ในคุกสะกดมาร มุมปากยกขึ้นมา เผยให้เห็นรอยยิ้ม
นักพรตถานและฉานจึเดินทางมาถึง ต่อให้จักรพรรดิแห่งหมิงออกมาก็มิต้องกังวล
แต่รอยยิ้มมิได้เป็นเพราะเรื่องนี้ หากแต่เป็นเพราะปฏิกิริยาของเมืองเจาเกอนั้นทำให้เขารู้สึกว่ามันน่าสนใจ
ราชวงศ์ตระกูลจิ่งนั้นสนิทสนมกับวัดกั่วเฉิงที่สุดจริงๆ ด้วย
ทันใดนั้นเอง เจตน์กระ