นแล้ว
คำตอบของพระสนมหูเป็นคำตอบที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด แล้วก็มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด
หลายปีก่อนหยวนฉีจิงผู้เป็นกฎกระบี่ของชิงซานเพิ่งจะบรรลุขั้นทะลวงสวรรค์ แต่ทะลวงสวรรค์ทั้งสองคนของสำนักจงโจวปรากฏตัวขึ้นมาก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว
ฮ่องเต้กล่าวว่า “หยวนฉีจิงบรรลุขั้นทะลวงสวรรค์นานแล้ว มีบางคนบอกว่าเขาจงใจปิดบังเจ้าสำนักชิงซาน แค่ความจริงแล้วเขาปิดบังเขาอวิ๋นเมิ่ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าระหว่างสองสามีภรรยาคู่นั้นมีปัญหาจริงๆ หรือว่าพวกเขาอดทนได้เก่งมากๆ แม้นจะอยู่ในสถานการณ์ที่สู้กับหลิ่วฉือแบบสองต่อหนึ่งได้ก็ยังไม่ยอมลงมือ ผ่านไปหลายปี หยวนฉีจิงย่อมไม่จำเป็นต้องปิดบังอีก”
ที่เป็นครั้งแรกที่พระสนมหูได้ฟังความลับเหล่านี้ นางจึงตกใจจนเสียงสั่นขึ้นมา “เพราะ…เพราะ….เหตุใดเพคะ?”
ฮ่องเต้กล่าวว่า “เพราะผู้ที่บรรลุกลายเป็นเซียนคนสุดท้ายเมื่อหนึ่งพันปีก่อนหน้านี้คือเจ้าสำนักจงโจวในเวลานั้น เขามีนามว่าไป๋เริ่น”
สำนักจงโจวในเวลานี้ยิ่งใหญ่เพียงใด
เมื่อวันเวลาผ่านไป โลกก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้จักชื่อของไป๋เริ่น คนธรรมดาแม้กระทั่งได้ยินก็ยังไม่เคยได้ยิน
แต่อิทธิพลของคนที่บรรลุกลายเป็นเซียนผู้นั้นยังคงหลงเหลืออยู่บนแผ่นดินเฉาเทียน เรียกได้ว่าฝังลึกอยู่ในใจของประชาชนบนโลก
“แต่ว่า…แต่ว่าสำนักชิงซานก็มีนักพรตจิ่งหยางมิใช่หรือเพคะ?”
พระสนมหูกล่าวอย่างตั้งใจ “ฝ่าบาท นั่นเป็นปรมาจารย์ของจิ่งเหยาเลยนะเพคะ