หว่างถนนและตรอกซอกซอยเพื่อนเป็นเสียงสัญญาณเตือน ไกลออกไปมีเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นมา กองทัพเสินเว่ยกำลังรวบรวมพลเพื่อออกมารักษาระเบียบภายในเมือง
เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสำรวจธรณีรีบเข้าวังหลวง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนก็ไปยังที่ต่างๆ ภายในเมืองเจาเกอ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดสายนั้นเดินทางไปยังวัดไท่ฉาง
ฟ้ายังไม่สาง เมืองเจาเกอก็ตื่นขึ้นมาเสียแล้ว
ลู่กั๋วกงเดินเข้าไปในวัดไท่ฉาง สีหน้าดูแย่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนอนไม่เต็มอิ่มหรือเปล่า
เจ้าหน้าที่กะกลางคืนรู้สึกนับถือ คิดในใจว่ากั๋วกงช่างขยันจริงๆ ลูกน้องยังไม่มีใครมาสักคน แต่เขากลับมาถึงแล้ว
เขาไม่รู้ว่าเลยว่าในเวลานี้วัดไท่ฉางได้มีคนสำคัญจำนวนมากเดินทางมาถึงแล้ว
……
……
“แน่ใจนะว่ามากจากด้านล่าง?” ลู่กั๋วกงมองดวงตาของจางอี๋อ้ายพลางถาม
จางอี๋อ้ายเป็นเจ้ากรมชิงเทียน ความกดดันที่ต้องแบกรับมิได้น้อยไปกว่าลู่กั๋วกงเลย สีหน้าเขายิ่งดูแย่พลางกล่าวว่า “ข้าเองก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น”
เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ดูแลเรื่องธรณีผู้หนึ่งของดูของวิเศษที่อยู่ในมือพลางกล่าว “จุดกำเนิดแผ่นดินไหวอยู่ใต้เท้าของพวกเราลึกลงไปเจ็ดลี้ ข้าน้อยไม่ค่อยเข้าใจว่าที่ันั่น…”
เขายังไม่ทันพูดจบก็ถูกขัดจังหวะ ลู่กั๋วกงกล่าวกับลูกน้องว่า “เชิญท่านเจียงออกไปก่อน”
หลังเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ดูแลทางด้านธรณีถูกพาออกไป เหอกั๋วกงที่พอจะรู้เรื่องภายในวัดไท่ฉางกล่า