วขึ้นมาว่า “หรือว่า…มังกรตื่นขึ้นมาแล้ว?”
ลู่กั๋วกงมองดูเขาเหมือนมองดูคนโง่ ในใจครุ่นคิดว่ามังกรชางหลงไม่เคยหลับ แล้วจะตื่นขึ้นมาได้อย่างไร?
ชายผู้หนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นภายในวัดไท่ฉาง ท่าทีดูสุขุมและแข็งแกร่ง
จางอี๋อ้ายสืบเท้าเข้าไปคารวะ “ศิษย์พี่เยวี่ย”
ชายผู้นี้คือเยวี่ยเชียนเหมิน เป็นเจ้าแห่งหุบเขาเฉียนหยวนของสำนักจงโจว เป็นยอดฝีมือขั้นสูญตา สภาวะและความอาวุโสสูงส่ง
เวลานี้เขายังมีอีกสถานะหนึ่ง นั่นก็คือแขกที่มารับใช้อยู่ภายในตำหนักองค์ชายจิ่งซิน
เยวี่ยเชียนเหมินสีหน้าเย็นยะเยือก กล่าวว่า “เหตุใดถึงยังไม่เข้าไป? มัวยืนงงอยู่ตรงนี้ทำอะไร?”
สถานะของเจ้าแห่งหุบเขาเฉียนหยวนภายในสำนักจงโจวน่าจะเท่ากับสถานะของยอดเขาซั่งเต๋อในสำนักชิงซาน
ถึงแม้จางอี๋อ้ายจะเป็นเจ้ากรมชิงเทียน เป็นขุนนางใหญ่โตในราชสำนักนัก แต่ในสายตาของเยวี่ยเชียนเหมิน เขายังคงเป็นศิษย์น้องที่ไม่ประสีประสาผู้นั้น ท่าทีที่ปฏิบัติต่อเขาดูสบายๆ
คุกสะกดมารอยู่ด้านล่างวัดไท่ฉาง จู่ๆ พลันเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ดูแล้วน่าจะเกิดเรื่องขึ้น ทางสำนักจงโจวย่อมต้องกังวลใจ
ลู่กั๋วกงพลันกล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าย่อมต้องเป็นคนจัดการเอง ผู้อาวุโสเยวี่ยโปรดใจเย็นก่อน”
เยวี่ยเชียนเหมินกล่าวด้วยสายตาเย็นยะเยือก “กั๋วกงน่าจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของสำนักข้ากับคุกสะกดมาร”
ลู่กั๋วกงกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเยวี่ยน่าจะยังไม่ลืมว่าในข้อตกลงระหว่างราชสำนักกับเขาอวิ