่ขาดรุ่ยของจิ๋งจิ่วถูกทับจนกลายเป็นเหมือนใยฝ้ายติดอยู่บนร่างกาย สองมือที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อขาวซีดเป็นอย่างมาก มองไม่เห็นเลือดเลยแม้แต่นิดเดียว
สายตาของชายชรายิ่งเย็นยะเยือก แรงกดดันจากฟ้าดินยิ่งหนักอึ้ง
ใบหน้าของจิ๋งจิ่วถูกพายุกระบี่ปิดบังอยู่ มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง แต่กลับมองเห็นสีชมพูกำลังปรากฏขึ้นมาลางๆ ได้ นั่นน่าจะเป็นเลือด
ชายชรากล่าว “ที่แท้เจ้าก็เป็นคนที่ตายได้”
“ข้าเป็นคน ย่อมต้องตายได้”
จิ๋งจิ่วมองเขาพลางกล่าว “แต่ข้าเคยบอกแล้วว่านี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น หากคิดอยากจะฆ่าข้า เจ้าต้องใช้เวลามากกว่านี้ หาวิธีการให้มากกว่านี้”
ครั้นกล่าวจบประโยคนี้ ร่างกายเขาก็สั่นขึ้นมาเบาๆ คล้ายเปลวเพลิงที่ไร้รูปร่างดวงหนึ่งกำลังวูบไหวไปมาตามลม อาจจะดับลงได้ทุกเมื่อ
เสียงหวึ่งเบาๆ ดังขึ้น แรงกดดันจากฟ้าดินกระแทกลงบนพื้น ฝุ่นควันคละคลุ้ง
เปลวเพลิงที่ไร้รูปร่างดวงนั้นดับลง แต่ทันใดนั้นมันกลับไปลุกอยู่ในอีกที่หนึ่ง
จิ๋งจิ่วหายไปจากตรงหน้าชายชรา ก่อนจะปรากฏตัวห่างออกไปหลายลี้
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายชราเผยให้เห็นสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
คนอยู่ในฟ้าดิน แล้วจะหลบหนีฟ้าดินไปได้อย่างไร?
สิ่งที่ยิ่งทำให้เขารู้สึกตกตะลึงก็คือความเร็วของศิษย์ชิงซานผู้นี้เร็วกว่ากระบี่บินเสียอีก แทบจะก้าวข้ามนิยามของคำว่าเวลา เขาทำได้อย่างไรกัน?
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ชายชราก็เหยียบไปในความมืด ก้าวหนึ่งก็ทะยานออกไปไกลห