หากมีคนฟุบหมอบลงไปมองที่พื้น ก็คงจะเห็นว่าความจริงแล้วใต้รองเท้าของจิ๋งจิ่วมิได้สัมผัสกับพื้น
จักรพรรดิแห่งหมิงยื่นมือชี้ไปที่ใต้เท้าเขา จิ๋งจิ่วได้สติขึ้นมา จึงลอยลงไปที่พื้น ร่างกายดูเตี้ยลงเล็กน้อย
ในเวลานี้เขาเหมือนมีตัวตนจริงๆ ขึ้นมา ความเป็นเซียนยังคงมีอยู่ เพียงแต่มิได้ดูลอยล่องอย่างไร้ร่องรอยเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีก
จิ๋งจิ่วมองจักรพรรดิแห่งหมิง ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
จักรพรรดิแห่งหมิงดูแข็งแกร่งขึ้น ดวงตาที่เหมือนอัญมณีสีดำก็ดูนิ่งสงบ ผิวพรรณบนใบหน้ายังคงขาวซีด แต่กลับมิได้โปร่งแสงเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีก
ที่เป็นเช่นนี้มิได้เป็นเพราะผิวหน้าเขาหนาขึ้น หากแต่เป็นเพราะแสงสว่างที่ไหลไปมาอยู่ในร่างกายเขาได้หายไปแล้ว บางทีอาจจะแอบซ่อนอยู่ในร่างกายตรงส่วนที่มีเสื้อผ้าปกปิดก็เป็นได้
มีลมพัดมาจากตรงผาขาดเบาๆ พัดแขนเสื้อสีดำของเขาจนพลิ้วไหวไปมา ท่าทีของเขายิ่งดูลึกซึ้ง ราวกับช่วงเวลากลางคืน ราวกับหลุมลึก คล้ายสามารถดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดทั้งมวลไปได้
เหตุใดสภาวะของจักรพรรดิแห่งหมิงถึงได้ฟื้นฟูขึ้นมามากขนาดนี้? ถึงแม้จะยังฟื้นฟูขึ้นมาได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบของช่วงที่เขาแข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อสามปีก่อนอย่างมาก คล้ายเป็นคนละคน
เพื่อจะสร้างวิถีแห่งผีกระบี่ขึ้นมาใหม่แล้ว จิ๋งจิ่วได้พูดคุยถกเถียงกับจักรพรรดิแห่งหมิงเป็นเวลานาน ดูเหมือนการพูดค