ตามที่ลู่หมิงได้นัดหมายกับผู้เป็นบิดาเอาไว้ หลังประจำตำแหน่งครบสามปี หากจิ๋งจิ่วเกิดเรื่องเขาก็จะไปชิงซาน หากจิ๋งจิ่วออกมาเขาก็จะกลับไปเมืองเจาเกอ
ตอนนี้ยังคงไม่มีข่าวคราวใดๆ ของจิ๋งจิ่ว เดิมเขาควรจะรอฟังข่าวต่อไป เพียงแต่สุดท้ายทนคิดถึงบ้านไม่ไหว อยากจะกลับไปหาภรรยาและกลับไปเยี่ยมผู้เป็นบิดา
เขาไม่ได้บอกใครว่าจะกลับไปเมืองเจาเกอ แต่ผลสุดท้ายยังไม่ทันได้กลับไปบ้านก็ถูกคนมาขวางทางเอาไว้
คนที่มาขวางทางเขาเอาไว้ชื่อกู้พ่าน เป็นผู้ช่วยในตอนที่เขาเคยเป็นทหารอยู่ในกองทัพเสินเว่ย ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของศิษย์สำนักจงโจวในราชสำนัก
กู้พ่านไม่สนใจการตอบสนองของลู่หมิง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ยอมปล่อยมือ จะเชิญเขาไปทานข้าวให้ได้ ลู่หมิงรู้ว่าต้องมีเรื่องอย่างแน่นอน จึงยิ้มๆ แล้วเดินทางไปกับเขา
การกินเลี้ยงในเมืองเจาเกอ ปกติหากมิใช่การพูดคุยธุระ ก็เป็นการทำความรู้จักผู้คน
ดังนั้นในตอนที่เห็นองค์ชายจิ่งซินเดินออกมาจากม่านมุก ลู่หมิงจึงมิได้ตกใจอะไรนัก เขาทำการคารวะอย่างระมัดระวัง
องค์ชายจิ่งซินแสดงออกถึงความเป็นกันเองและใกล้ชิด เพียงแค่ทานอาหารจิบสุราพูดคุยถึงทิวทัศน์ในต่างจังหวัด จนกระทั่งในตอนที่เริ่มเมามายขึ้นเล็กน้อย จึงค่อยๆ วางตะเกียบลง
กู้พ่านไม่รู้ว่าออกไปตอนไหน
“ความจงรักภักดีที่ข้ามีต่อเสด็จพ่อไม่มีปัญหา ความสามารถก็ไม่มีปัญหา ไม่อย่างนั้นไม่มีทางได้รับการสนับสนุนจากเหล่าอาจารย์ของเรื