ไป๋”
พระอาจารย์เหลียงกล่าวว่า “แล้วก็ห้ามให้เรือนอี้เหมารู้เรื่องนี้เด็ดขาด”
จิ่งซินลุกขึ้นคารวะพระอาจารย์เหลียง พลางกล่าวว่า “ทางนี้คงได้แต่ต้องรบกวนท่านอาจารย์แล้ว”
พระอาจารย์เหลียงกล่าวว่า “ข้าจะไปคุยกับท่านปู้เป็นการส่วนตัวเสียหน่อย”
เขาเคยเรียนอยู่ที่เรือนอี้เหมามาหลายปี มีความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์ร่วมสำนักกับปู้ชิวเซียวผู้เป็นเจ้าแห่งเรือนในเวลานี้ เพียงแต่เขาไม่มีความมั่นใจว่าจะกล่อมอีกฝ่ายได้
……
……
พริบตาเวลาก็ผ่านไปสองปี ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนเมืองเจาเกออีกครั้ง
ชายอ้วนเจ้าของเหลาสุราผู้นั้นปรากฏตัวอยู่ในตำหนักขององค์ชายอีกครั้ง คล้ายว่าเขาจะอ้วนขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แล้วก็ไม่รู้ว่าคนอย่างเขาจะเป็นคนใจกว้างได้อย่างไร
ครั้งนี้เขายื่นเงื่อนไขของปู้เหล่าหลินออกมาตรงๆ “ขอให้องค์ชายได้โปรดช่วยพวกข้าส่งคนคนหนึ่งเข้าไปในวัดไท่ฉาง”
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ สายตาของพระอาจารย์เหลียงเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกเล็กน้อย เขากล่าวว่า “ในอดีตพวกเจ้าพยายามเข้าไปในวัดไท่ฉาง จนทำให้สำนักฝ่ายธรรมะพากันโกรธเกรี้ยว จึงได้เกิดเหตุการณ์ทำลายลานเมฆขึ้นมา เจ้าคิดว่าข้าจะรับปากพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ครั้งนี้มิใช่ครั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้นหากท่านพระอาจารย์ไม่วางใจ ท่านสามารถใช้ข่ายพลังปิดกั้นได้”
ชายอ้วนผู้นั้นยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “พวกข้าเพียงแค่อยากจะส่งจดหมายไปให้คนผู้หนึ่งในนั้น ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น”
พระ