่าเศร้าก็คือคนป่วยจำนวนมากมักจะตายไปก่อนที่จะได้เห็นกำแพงสีเหลืองของวัดกั่วเฉิง
ตายที่มั่วชิว คำพูดประโยคนี้กลายเป็นสุภาษิตประโยคหนึ่งของโลกมนุษย์ไปแล้ว
โชคดีที่ในวัดกั่วเฉิงนอกจากสมณะแพทย์แล้ว ยังมีสมณะหลายๆ คนที่เก่งในเรื่องการทำพิธีอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คนตาย
อย่างน้อยคนที่ตายเหล่านั้นก็ยังได้ยินเสียงสวดมนต์ในระหว่างที่เดินทางออกไปจากโลกมนุษย์
สมณะในอารามหลี่ว์ถังไม่รักษาผู้ป่วย แล้วก็ไม่ทำพิธีอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล พวกเขาเพียงแค่ชำระคัมภีร์ธรรมะและรักษากฎ
พูดอีกอย่างก็คือสมณะที่อยู่ที่นี่จะทำเพียงแค่เรียนและฝึกภาวนาเพื่อปกป้องรักษาธรรมะ สถานะภายในวัดกั่วเฉิงย่อมสูงส่ง ไม่มีใครกล้ารบกวน
อินซานชื่นชอบความเงียบสงบเช่นนี้ ปรมาจารย์แห่งสำนักเสวียนอินเพิ่งจะออกจากใต้ดินมาไม่กี่ปี ยังคงรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวอยู่บ้าง
ดังนั้นทุกวันช่วงเช้าเขาจึงมักจะไปกินข้าวที่โรงครัวตรงด้านหน้าวัด แล้วก็ฟังสมณะอ้วนทะเลาะกับคนอื่น
ผ่านไปหลายปี เขาสนิทสนมกับสมณะอ้วนรูปนั้นแล้ว
เช้าวันหนึ่งเขาแอบยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งให้สมณะอ้วน
สมณะอ้วนเปิดถุงกระดาษออกดู พบว่าด้านในคือขาสุนัขที่ย่างจนหอมหวน น้ำลายเกือบจะไหลออกมา จึงรีบกล่าวขอบคุณ
“ข้าถนัดทำขาสุนัขที่สุด[1]”
ปรมาจารย์แห่งสำนักเสวียนอินตบบ่าเขา ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
………………………………………………………………………
[1]ทำขาสุนัข (做狗腿) ความจริงแล้วหากต้องแปลตามตัวหนังสือควรจะแปลว่า