ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตของสำนักไหน การที่สามารถกลายเป็นอาจารย์ขององค์ชายได้ ถือเป็นเรื่องที่มีเกียรติอย่างมาก
ที่บอกว่าไม่สนใจฝุ่นแดง[1] มันก็ต้องดูว่าฝุ่นแดงนั้นแดงพอหรือเปล่า
สำหรับศิษย์สำนักใหญ่อย่างกู้ชิงและเซี่ยงหว่านซูแล้ว การเอาเวลาหลายปีที่ใช้บำเพ็ญเพียรมาแลกกับเกียรติยศเช่นนี้ไม่ถือว่ามีอะไรน่าดึงดูดนัก
แต่ถ้าหากเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้ เช่นนั้นมันย่อมแตกต่างกัน
สิ่งที่สำคัญก็คือ เซี่ยงหว่านซูมิได้ถามเรื่องนี้เพราะตัวเองอยากรู้
ในเวลานี้กู้ชิงถึงได้รู้ว่าเขาเข้าไปยังเรือนขององค์ชายจิ่งซิน — ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตมีการคาดเดาไปต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเรื่องที่จู่ๆ สำนักชิงซานก็เข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องในราชวงศ์ แต่สำนักจงโจวที่ตามหลักแล้วควรจะระแวงมากที่สุดกลับนิ่งเงียบมาโดยตลอด ทว่าในที่สุดตอนนี้พวกเขาก็อยู่เฉยไม่ได้แล้ว
“ยอดเขาเสินม่อติดค้างพระสนมหู ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ศิษย์พี่ถงเหยียนของเจ้าทราบดี”
กู้ชิงให้คำตอบ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เซี่ยงหว่านซูย่อมไม่มีทางเชื่อ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้
ผลไม้ไม่กี่ลูก ต่อให้ล้ำค่าแค่ไหนก็กินไม่ได้นาน หลังหยั่งเชิงไม่ได้ผล การสนทนาก็ย่อมไม่จำเป็นต้องดำเนินต่อไป ทั้งสองคนกล่าวลากันและกัน
กู้ชิงกลับมายังเรือนตระกูลจิ๋ง ทักทายจิ๋งซางและคนอื่นๆ ในครอบครัว จากนั้นกลับห้องของตัวเอง
เขามองดูหิมะที่กองทับถมอยู่ด้านนอก ทันใดนั้นพลันคิดถึงภาพตนเ