ยงแต่ช่วงนี้พระสนมหูที่แต่ไหนแต่ไรมาได้รับความรักการดูแล และชื่นชอบที่จะขดตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ กลับไม่มีความสุขเช่นนั้น เพราะตอนนี้จิ่งเหยาลูกชายของนาง ทุกวันต้องถูกปลุกขึ้นมาจากเตียงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จากนั้นไปยืนม้าฝึกหมัด
ต่อให้นางใจเย็นแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะมานอนเกียจคร้านอยู่บนเตียงได้
เมื่อมองดูจิ่งเหยาที่ใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อยยืนอยู่บนพื้นหิมะด้วยเท้าที่เปลือยเปล่า ขาทั้งสองข้างสั่นไหวไม่หยุด ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา หัวใจของพระสนมหูรู้สึกคล้ายจะแตกสลาย มือขวากำปลายแขนเสื้อเอาไว้แน่น ถึงจะสะกดตัวเองไม่ให้ตะโกนบอกนางกำนัลให้ไปอุ้มเขากลับมาได้ แต่ในใจกลับด่าทอกู้ชิงไม่มีชิ้นดี เด็กอายุไม่ถึงสี่ขวบคนหนึ่งจำเป็นต้องมาทุกข์ทรมานเช่นนี้ทุกวันด้วยหรือ?
“อาจารย์กู้มาแล้วเพคะ”
เมื่อได้ยินเสียงรายงานของนางกำนัล ความโกรธบนใบหน้าพระสนมหูพลันหายไปจนหมด นางเดินเข้าไปหากู้ชิง ยิ้มเล็กน้อยพลางคารวะ
กู้ชิงคารวะกลับ “พระสนมไม่จำเป็นต้องมากพิธี”
ด้านนอกหน้าต่างพลันมีเสียงโพล้งเพล้งดังขึ้นมา จากนั้นมีเสียงร้องตกใจของนางกำนัลอาวุโส น่าจะเป็นเสียงจิ่งเหยาล้มลงไปกับพื้น
พระสนมหูใจสั่นขึ้นมา นางสะกดอารมณ์เอาไว้ไม่ได้อีก จึงฝืนยิ้มพลางกล่าว “ตอนนั้นอาจารย์เซียนจิ๋งจิ่วบอกว่าช่วงสองสามปีแรกไม่บำเพ็ญเพียร ให้เรียนหนังสือก่อน แต่ท่านดู….”
“องค์ชายสองเฉลียวฉลาด รู้ว่าควรจะล้มเวลาไหน”
กู้ชิงใช้คำพูดเพียงปร