ัลที่คุ้นหน้าจึงพยักหน้าทักทาย
ผู้คนภายในวังเคยชินกับการที่อาจารย์เซียนชิงซานท่านนี้เข้ามาในวังแล้ว อย่างน้อยเหล่าขุนนางที่เคยมีทีท่าหวาดระแวงการทำตัวเรียบง่ายของกู้ชิงกลายจะเป็นการบอกพวกเขาว่าสำนักชิงซานไม่ได้จะมาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในตอนนี้
เมื่อเดินออกมาจากประตูวัง ก็ไม่มีข่ายพลังคอยปกป้องอีก ลมหนาวอันเย็นยะเยือกกระแทกเข้ามาที่ใบหน้าเขาเหมือนค้อนหนักๆ
กู้ชิงย่อมไม่หวาดกลัวความหนาวเย็น เพียงแต่คิดว่าขนาดในเมืองเจาเกอยังหนาวเย็นถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าสภาพที่ด้านนอกเมืองจะโหดร้ายแค่ไหน
ระหว่างทางจากวังหลวงมายังวัดไท่ฉาง กู้ชิงยังคงคิดถึงปัญหานี้ หากตนเองเป็นขุนนางในราชสำนักจะทำอย่างไร จะขอความช่วยเหลือจากชิงซานหรือไม่?
พลังของฟ้าดินนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญพรตจะสามารถต้านทานได้ แต่อย่างพายุหิมะที่เกิดขึ้นนอกเมืองเจาเกอในปีนี้ หากผู้อาวุโสขั้นแหวกทะเลจำนวนมากร่วมมือกันก็น่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
ไม่ได้ครุ่นคิดนานนัก กู้ชิงได้ข้อสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว
ต่อให้เขาไปขอความช่วยเหลือ เหล่าผู้อาวุโสขั้นแหวกทะเลในชิงซานเหล่านั้นก็ไม่มีทางยื่นมือช่วยเหลือ ท่านเจ้าสำนักและกฎกระบี่ก็ไม่มีทางบีบให้พวกเขายื่นมือช่วยเหลือ
เรื่องของความเป็นความตายเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ได้ตลอดเวลา การจะให้ผู้บำเพ็ญพรตเสียเวลาในการบำเพ็ญเพียรไปเพื่อเรื่องแบบนี้ สำหรับผู้บำเพ็ญพรตแล้วถือเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล
มิเช่นนั้นเ