หตุใดขุนนางในราชสำนักที่ในอดีตเคยเป็นศิษย์สำนักจงโจวเหล่านั้นถึงยังนิ่งเงียบอยู่เช่นนี้?
กระทั่งวัดกั่วเฉิงและเรือนอี้เหมาก็มิได้ส่งสมณะแพทย์และบัณฑิตไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยพิบัติที่ด้านนอกเมือง แล้วก็ไม่ได้เตรียมการอะไรก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติขึ้นด้วย
แต่แน่นอน เหล่าผู้บำเพ็ญพรตก็มีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน นั่นก็คือการพยายามเข้าไปแทรกแซงฟ้าดิน ก็จะต้องถูกฟ้าดินลงทัณฑ์
ปัญหาก็คือสิ่งที่ผู้บำเพ็ญพรตทำก็เป็นเรื่องที่ฝืนฟ้าดินเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นในตอนที่บรรลุกลายเป็นเซียนจะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นได้อย่างไร?
กลัวถูกฟ้าดินลงโทษแล้วจะบำเพ็ญเพียรไปทำไม?
กู้ชิงมิใช่ว่าเป็นห่วงชาวโลก เพียงแต่ออกมาจากชิงซานครึ่งปี การที่อยู่เมืองเจาเกอทำให้เขาถูกได้รับผลกระทบจากโลกปุถุชนไปไม่น้อย บางครั้งจึงอดคิดขึ้นมาไม่ได้
เพียงแค่คิดๆ เท่านั้น
เขากล่าวกับตัวเอง
ไม่อย่างนั้นการที่ต้องเดินกลับจากวังหลวงมายังวัดไท่ฉาง อีกทั้งยังไม่สามารถขี่กระบี่บินได้ หากไม่คิดอะไรเลย แบบนั้นมันจะน่าเบื่อเกินไป
เขาเดินครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้จนมาถึงปากทางเข้าตรอกที่อยู่ด้านนอกเรือนตระกูลจิ๋ง จากนั้นก็ถูกคนผู้หนึ่งขวางทางเอาไว้
คนที่ขวางทางเขาเอาไว้ก็คือเซี่ยงหว่านซูแห่งสำนักจงโจว
กู้ชิงและเซี่ยงหว่านซูเคยพบกันหลายครั้งแล้ว อีกทั้งยังเคยร่วมทางกันในที่ราบหิมะด้วย ถือว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันดี คล้ายจำได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นศิษย์สายตร