?
ท่านเผยใช้เวลาสามปีสุดท้ายของตัวเองทำเรื่องนี้ นั่นเป็นเพราะเขาอยากทำ หาใช่เป็นเพราะเขาคำนวณเอาไว้แล้วว่าสามารถทำสำเร็จ
อย่างนั้นข้าล่ะ?
ชีวิตข้ายังเหลืออีกแปดร้อยปี ดูเหมือนจะยาวนาน แต่ความจริงแล้วก็เป็นเวลาแปดร้อยปีสุดท้าย
ข้าควรจะเอาเวลาแปดร้อยปีสุดท้ายมาทำอะไร?
ถงเหยียนคิดถึงเรื่องเหล่านี้ หมุนตัวเดินเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ในสายหมอก
……
……
ก็เหมือนกับที่ถงเหยียนคิดเอาไว้ จิ๋งจิ่วได้คำนวณทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยก่อนที่จะออกเดินทางจากชิงซาน นอกเสียจากจะมีตัวแปรบางอย่างที่อยู่นอกแผนการปรากฏขึ้นมา
จิ๋งจิ่วเองก็ไม่มีทางไปนั่งคิดว่าควรจะเอาช่วงเวลาไม่กี่ร้อยปีสุดท้ายของชีวิตไปทำอะไร
หากตอนนี้เหลือเวลาอีกสามร้อยปี เช่นนั้นก็จะพยายามทำให้ตัวเองอยู่ต่อไปได้ห้าร้อยปี
หากมีเวลาแปดร้อยปี เช่นนั้นก็พยายามทำให้ตัวเองอยู่ไปได้สามพันปี
หากมีเวลาสามพันปีก็จะต้องพยายามทำให้ตัวเองอยู่นานกว่านั้น
มองข้ามคืนวันที่อยู่ตรงหน้า ควรช่วงชิงเวลาหมื่นปีหลังจากนี้
เดิมการบำเพ็ญพรตมันก็คือการแสวงหาอายุขัยที่ยืนยาวอยู่แล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่มีแนวคิดว่าตนเองยังเหลือเวลาอีกกี่มี จะมีก็แต่ทุกๆ วัน ทุกๆ ช่วงเวลา ทุกๆ ชั่วพริบตา
ทุกวัน ทุกช่วงเวลา ทุกชั่วพริบตา เขาล้วนแต่บำเพ็ญเพียร
นี่ก็คือชีวิตในคุกสะกดมารของเขา
ในที่สุดการพูดคุยของเขากับจักรพรรดิแห่งหมิงก็จบสิ้นลง
เขาเข้าใจวิชาบัญชาเพลิงวิญญาณทั้งหมดแล้ว หลังจาก