นั้นเขาทำการอนุมาณวิธีการทำให้ผีกระบี่บำเพ็ญเพียรด้วยตัวเองแบบคร่าวๆ ออกมา เรื่องที่ต้องทำหลังจากนี้ก็คือตรวจสอบ
หลังพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันเป็นเวลานาน จักรพรรดิแห่งหมิงก็เข้าใจแนวคิดและความคิดของเขาจนหมด จึงอดรู้สึกตกตะลึงอย่างมากไม่ได้ เพียงแต่ยังมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาไม่เข้าใจ
ที่นี่คือคุกไท่ฉางที่อยู่ภายในคุกสะกดมาร ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณจากฟ้าดินได้ เช่นนั้นเจ้าจะบรรลุสภาวะได้อย่างไร?
หากเจ้าไม่สามารถบรรลุสภาวะได้ เช่นนั้นจะทำให้ผีกระบี่เติบโตขึ้นมาได้อย่างไร?
หากไม่มีผีกระบี่ เช่นนั้นเจ้าจะพิสูจน์วิธีบำเพ็ญเพียรแบบใหม่นี้ได้อย่างไร?
จิ๋งจิ่วไม่ได้อธิบาย หากแต่กล่าวว่า “ข้าอาจจะหลับไปเป็นเวลานาน หากมีเรื่องอะไร รบกวนท่านช่วยปลุกข้าด้วย”
ถึงแม้จะเป็นการเก็บตัวทำสมาธิ แต่ถ้าเกิดโลกภายนอกมีความเคลื่อนไหวอะไร ผู้บำเพ็ญพรตก็สามารถตื่นขึ้นมาจากการทำสมาธิได้
ทว่าจิ๋งจิ่วกลับจำเป็นต้องให้จักรพรรดิแห่งหมิงปลุกตนเอง นี่แสดงให้เห็นว่าเขาเตรียมจะจมดิ่งลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตสำนึก และทำการพิสูจน์เส้นทางการบำเพ็ญเพียรเส้นใหม่นี้ที่นั่น
ครั้นกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็ไม่ได้เริ่มทำสมาธิในทันที หากแต่หยิบเก้าอี้ไม้ไผ่ออกมาตัวหนึ่ง จากนั้นนอนหลับตาลงไป
จักรพรรดิแห่งหมิงมองดูเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้น บนใบหน้ากึ่งโปร่งแสงมีสีหน้าที่ดูอยากรู้อยากเห็นปรากฏขึ้นมา ในใ