บปวดเสียยิ่งกว่าถูกเพลิงวิญญาณเผาร่างกายเสียอีก
ความยากจุดที่สองก็คือหลังจากที่ดวงจิตออกจากร่างไปแล้ว และทำการบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเองจนสติปัญญาค่อยๆ เกิดขึ้นมา จะทำอย่างไรจึงจะควบคุมให้มันเชื่อมต่อกับเจ้าของดวงจิตได้ตลอด ขั้นตอนนี้มีความอันตรายและใช้เวลายาวนาน เหมือนกับคนธรรมดาที่ค่อยๆ เดินไปบนโซ่เหล็กเส้นหนึ่งที่ยาวหลายสิบลี้เหนือพื้นดินหลายพันจ้าง
แต่จิ๋งจิ่วไม่จำเป็นต้องครุ่นคิดถึงสองปัญหานี้ เพราะสำหรับเขาแล้ว ปัญหาสองข้อนี้ล้วนแต่ไม่มีอยู่
ยังคงเป็นคำพูดประโยคนั้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตก่อนหน้าหรือว่าชีวิตนี้ โชคของเขาก็ล้วนแต่ดีอย่างมาก
แต่ว่าสิ่งที่เขาต้องการฝึกมิใช่เพลิงวิญญาณ หากแต่เป็นผีกระบี่ ทั้งสองอย่างคล้ายกัน แต่สุดท้ายก็ไม่เหมือนกัน
จิ๋งจิ่วต้องการหยิบยืมวิชาบัญชาเพลิงวิญญาณมาเป็นแนวทางในการสร้างวิธีฝึกผีกระบี่ของตน เช่นนั้นเขาย่อมต้องทำการทดสอบหลายครั้งหลายคราว ทำการปรับปรุงจากผลลัพธ์ที่ออกมา สุดท้ายหาวิถีที่เป็นของตัวเองให้เจอ
สิ่งสำคัญในการหยิบยืมวิชาอื่นมาเป็นแนวทางก็คือการเข้าใจอย่างถ่องแท้ ซึ่งในการบำเพ็ญเพียรของเผ่าหมิงนั้นมีอยู่หลายส่วนที่เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
จักรพรรดิแห่งหมิงอยู่ตรงหน้า เขาย่อมต้องไม่เกรงใจ เมื่อมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ เขาก็จะถามคำถามออกไป
ในเมื่อจักรพรรดิแห่งหมิงรับปากที่จะสอนแล้ว เขาก็ย่อมไม่มีทา