ารถใช้วิธีการต่างๆ ในการขึ้นมาอาบแสงแดดบนโลกมนุษย์ได้ แต่ว่า…
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าวอย่างเฉยชา “ข้าไม่อาจขึ้นมาได้ หลังขึ้นครองบัลลังก์แล้วก็ยิ่งไม่มีทางขึ้นมาได้ ดังนั้นข้าจึงอยากฉวยโอกาสตอนที่ยังไม่ขึ้นครองบัลลังก์ขึ้นมาดูโลกมนุษย์เสียหน่อย”
จิ๋งจิ่วเข้าใจความหมายของเขา
ฝ่าบาทเสินหวงมิอาจไปยังที่ราบหิมะฉันใด จักรพรรดิแห่งหมิงก็มิอาจมายังโลกมนุษย์ฉันนั้น
เหล่าประชาชนและข้าราชบริพารจะต้องคัดค้านอย่างหัวชนฝา หรือไม่ก็ให้เจ้าตายไปเสียดีกว่าที่จะถูกศัตรูจับตัวไป แล้วสุดท้ายก็เอามาเหยียดหยามหรือข่มขู่พวกเรา
ฮ่องเต้จะสำคัญเพียงใด ก็ยังมิอาจสำคัญเท่าอาณาจักรทั้งอาณาจักร
จิ๋งจิ่วกล่าวถาม “ท่านน่าจะรู้ดีถึงอันตรายของการเดินทางครั้งนี้ เหตุใดสุดท้ายถึงยังถูกจับได้?”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าวว่า “เพราะสิ่งที่ข้าแพ้มิใช่แผนการ หากแต่เป็นพลัง”
เมื่อพูดจบประโยคนี้ จักรพรรดิแห่งหมิงก็นิ่งเงียบไป มิได้เล่าถึงเรื่องราวในตอนนั้นอีก
จิ๋งจิ่วเองก็นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ท่านยังอยากจะไล่ยุงอยู่ไหม?”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าว “แน่นอน”
จิ๋งจิ่วสอนวิชาลมฝนให้เขา
วิชาลมฝนเป็นสุดยอดวิชาของสำนักต้าเจ๋อ สำนักชิงซานและสำนักต้าเจ๋อเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เช่นนั้นก็ย่อมต้องเคยได้สัมผัสกับวิชาของอีกฝ่ายบ้าง ถึงแม้จะไม่ใช่วิชาในระดับสูงสุด แต่มันก็เพียงพอที่จะใช้งานได้
จักรพรรดิแห่งหมิงนั้นเป็นยอดฝีมือระดับไหน ถึงแม้