นระบบในการบำเพ็ญเพียรและเผ่าพันธุ์จะไม่เหมือนกัน แต่วิชาระดับพื้นๆ เช่นนี้ย่อมไม่อาจสร้างความลำบากให้แก่เขาได้
ผ่านไปไม่นาน เขาก็เรียนวิชาลมฝนนี้ได้ เมฆภายในหุบเขาสีเขียวก่อตัวหนาขึ้นมาทันที ลมแรงถาโถม คล้ายพายุฝนกำลังจะมาถึง
เมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของลมฝน ยุงที่อยู่ข้างกายจักรพรรดิแห่งหมิงก็เหมือนรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชิน มันค่อยๆ บินหนีออกไป แต่ก็มิได้หนีไปไกลนัก หากแต่อยู่ห่างจากจักรพรรดิแห่งหมิงออกไปหลายจ้าง
จักรพรรดิแห่งหมิงมองดูเมฆสีดำที่อยู่ในท้องฟ้า ก่อนขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “อานุภาพเบาเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นหากต้องทำให้มันคงอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ คงจะเหนื่อยเกินไป เช่นนั้นมันจะต่างอะไรกับการที่ข้าใช้เพลิงวิญญาณไล่ยุงล่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ท่านสามารถนำเอาวิชานี้สลักลงไปในอักขระข่ายพลังได้”
จักรพรรดิแห่งหมิงเข้าใจความหมายของเขา จึงส่ายศีรษะพลางกล่าว “ที่นี่ตัดขาดจากฟ้าดิน หากต้องการให้อักขระข่ายพลังทำงานเป็นเวลานาน อานุภาพของข่ายพลังจะต้องลดลงอย่างมากแน่นอน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แค่มีลมฝนก็พอ”
จักรพรรดิแห่งหมิงมิได้กล่าวกระไรอีก หากแต่เอาวิชาลมฝนสลักลงไปในอักขระข่ายพลัง
ในชั่วพริบตาที่อักขระทำงาน ก้อนเมฆสีดำบนท้องฟ้าก็เริ่มหดตัวเล็กลงอย่างรวดเร็ว ลมเองก็เบาลงกว่าเดิมมาก ฝนที่ตกลงมาก็น้อยนิด
หลังจากนั้นเมื่ออักขระคงที่ เมฆฝนก็กลายเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆ ลอยนิ่งๆ อยู่บนศีรษะจิ๋งจิ่วและจักพรรดิ