ู้”
จักรพรรดิแห่งหมิงมองเขาอย่างเงียบๆ จากนั้นพลันถามว่า “เหตุใดเจ้าถึงจะเรียนบัญชาเพลิงวิญญาณ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ผีกระบี่ของข้าไม่เหมือนกับคนอื่น มันไม่สามารถเติบโตไปพร้อมกับข้าได้ ได้แต่ต้องให้มันฝึกฝนด้วยตัวมันเอง”
ผู้บำเพ็ญพรตในสำนักกระบี่และสำนักพลังจักรวาลทั้งหมดบนโลกนี้ล้วนแต่อาศัยการบำเพ็ญเพียรของตัวเองในการหล่อเลี้ยงผีกระบี่กับจิตทารก
ผีกระบี่กับจิตทารกจะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นตามสภาวะที่สูงขึ้นของผู้บำเพ็ญพรต
ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีผีกระบี่กับจิตทารกของสำนักไหนที่สามารถทำการบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเองได้
ผีกระบี่และจิตทารกเป็นส่วนหนึ่งของผู้บำเพ็ญพรต มีแต่ตอนที่ผู้บำเพ็ญพรตตายอย่างกะทันหัน ผีกระบี่และจิตทารกรับเอาดวงจิตมา ถึงจะสามารถกลายเป็นร่างแยกที่สองได้
หากผีกระบี่และจิตทารกสามารถทำการบำเพ็ญเพียรได้ด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่ม เช่นนั้นไม่เท่ากับว่ามีตัวเองคนที่สองปรากฏขึ้นมาหรอกหรือ?
ตัวเองคนที่สอง…ยังจะเป็นตัวเองอยู่หรือเปล่า?
เรื่องแบบนี้มีความขัดแย้งกับกฎการบำเพ็ญเพียร ดังนั้นจึงไม่อาจสำเร็จได้
ในเมื่อไม่สามารถสำเร็จได้ ก็ย่อมไม่มีวิชาบำเพ็ญเพียรที่เกี่ยวข้อง
จิ๋งจิ่วเองก็คิดวิชาบำเพ็ญเพียรของผีกระบี่ไม่ออก
กระทั่งในตอนที่เก็บตัว ดวงจิตของเขาออกจากร่าง ตกลงไปบนกระบี่เหล็กดำ ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เขาคิดถึงเพลิงวิญญาณของเผ่าหมิงขึ้นมา
มารเผ่าหมิงเองก็ไม่สามารถทำให้เพลิงวิญญาณ