ลู่กั๋วกงรู้ว่าจิ๋งจิ่วมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับฝ่าบาทอย่างมาก เรียกได้ว่าเหนือไปจากที่เขาจินตนาการเอาไว้
ในตอนนั้นจิ๋งจิ่วเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท วันที่สองฝ่าบาทก็ทรงมีรับสั่งให้พระสนมหูหยุดกินยา และเตรียมจะกำจัดองค์ชายจิ่งซิน
เรื่องนี้ทำให้ลู่กั๋วกงตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ใครจะไปคิดบ้างว่าอิทธิพลที่สำนักชิงซานมีต่อวังหลวงจะมากถึงเพียงนี้ เก็บซ่อนเอาไว้ลึกถึงเพียงนี้?
แต่สุดท้ายยังไงสำนักจงโจวก็เป็นสำนักอันดับหนึ่งในแผ่นดิน แม้นอิทธิพลในแผ่นดินทางใต้จะมิเทียบเท่าชิงซาน แต่รากฐานในเมืองเจาเกอกลับมิใช่สิ่งที่ชิงซานจะเทียบได้
ยิ่งไปกว่านั้นเรือนอี้เหมายังแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวออกมา….
ฝ่าบาททรงเป็นประมุขของแผ่นดิน หากทรงต้องการให้แผ่นดินสงบสุข เช่นนั้นก็จำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากคนส่วนใหญ่ จึงมิอาจตัดสินพระทัยง่ายๆ ได้
ลู่กั๋วกงกังวลว่าจิ๋งจิ่วจะมีอคติต่อฝ่าบาทเพราะเรื่องนี้ ถึงได้จงใจพูดประโยคนั้นออกมา
เขาคิดไม่ถึงว่าจิ๋งจิ่วจะไม่ได้รับคำเขา หากแต่พูดออกมาว่าต้องการพบองค์ชายเล็ก นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
ช่วงเวลากลางดึก ภายในวังเงียบสงัด ลู่กั๋วกงพาจิ๋งจิ่วมาถึงนอกตำหนักของพระสนมหู ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีอะไรแจ้งเข้าไปในตำหนัก
ไม่มีไฟส่องสว่าง ภายในตำหนักยังคงเงียบเชียบ นางกำนัลอาวุโสคนหนึ่งพาพวกเขาเข้าไปทางประตูด้านข้าง
ลู่กั๋วกงมาถึงหน้าตำหนักก็หยุดฝีเท้า ก้มหน้ามองดูเงาของตัวเองต่อ
เขาไ