ม่แน่ใจว่าบทสนทนาหลังจากนั้นตนเองควรจะฟังหรือเปล่า ในเมื่อจิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไร เช่นนั้นฟังให้น้อยหน่อยดีกว่า
พระสนทหูนั่งอยู่บนตั่ง ชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง ผมสีดำสยายอยู่บนหัวไหล่คล้ายน้ำตก บนเสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยยับ ปกเสื้อเองก็มิได้กลัดให้เรียบร้อย เผยให้เห็นผิวที่ขาวเป็นยองใย
นางนอนหลับไปแล้ว ก่อนจะถูกคนปลุกขึ้นมา บนร่างกายอันอวบอิ่มคล้ายยังมีไออุ่นจากผ้าห่มอยู่ แล้วก็ยังมีอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อยด้วย
“ทำไมสำนักชิงซานของพวกเจ้าถึงชอบมาคุยธุระกลางดึก? ไม่กลัวคนเอาไปนินทาหรือ”
นางมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวอย่างโมโหเล็กน้อย ยังคงดูน่ารักไร้เดียงสา แต่กลับมีความเกียจคร้านและความยั่วเย้าอยู่หลายส่วน ดูแล้วยิ่งน่าหลงใหล
จิ๋งจิ่วมองนางอย่างเงียบๆ มิได้พูดอะไร คล้ายกำลังมองดูภาพวาดอยู่ ราวกับกำลังชื่นชมดื่มด่ำ แล้วก็เหมือนมิได้ใส่ใจ
พระสนมหูมิได้กล่าวกระไรอีก นางมองจิ๋งจิ่วกลับไป มิรู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
หลายปีมานี้ นางเติบโตขึ้นมาก
ความกดดันและอันตรายที่มาจากภายนอก โดยเฉพาะอันตรายที่ลูกของนางอาจจะได้รับ คือวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้ผู้เป็นแม่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อมีอากาศหนาวเย็นบีบคั้น ดอกเหมยจึงเบ่งบาน
พระสนมเหมยที่เคยเป็นที่รักของฝ่าบาทได้ถูกนางหาวิธีกำจัดออกไปจากวังแล้ว
สุดท้ายคนที่ทำลายความเงียบก็คือพระสนมหู เพราะคนที่ต้องการขอความช่วยเหลือก็คือนาง
“ก่อนหน้านี้เจ้าแห่งยอดเขาเจ้าล่าเยวี่ย