ถูกเขาปฏิเสธจนร้องไห้เสียงดัง
คิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยในวันนั้นจะเติบโตขนาดนี้แล้ว
หากเป็นคนปกติ ในเวลานี้น่าจะเกิดความรู้สึกทอดถอนใจขึ้นมา เกี่ยวกับเวลา ครอบครัวและชีวิต
อารมณ์ของจิ๋งจิ่วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เด็กหนุ่มรู้สึกสับสนเพราะความเฉยชาของเขา ทันใดนั้นพลันคิดถึงสิ่งที่ท่านพ่อสั่งกำชับเอาไว้ในช่วงหลายปีนี้ขึ้นมา —- ท่านอาเล็กมิใช่คนธรรมดา — เขาจึงรีบสงบสติอารมณ์แล้วพาจิ๋งจิ่วเดินเข้าไปในบ้าน
เรือนตระกูลจิ๋งยังคงเงียบสงบเหมือนในอดีต ในสวนดอกไม้เล็กๆ ระหว่างเรือนด้านหน้าและเรือนด้านข้างมีการปลูกต้นไม้เอาไว้นิดหน่อย เมื่อมองไปทางขวามือก็พอจะมองเห็นต้นไห่ถังที่มีหิมะเกาะอยู่ ดูไปคล้ายกำลังผลิดอก
จิ๋งจิ่วเหลือบมองดูเล็กน้อย ยังคงมองไม่เห็นคนรับใช้ มองเห็นแค่เพียงกำแพงด้านตะวันตกเฉียงเหนือถูกทุบลงมาครึ่งหนึ่ง คล้ายเตรียมกำลังจะสร้างอะไรบางอย่าง
สองสามีภรรยาตระกูลจิ๋งออกมายืนอยู่นอกเรือนด้านหน้า ผู้เฒ่าคนนั้นยืนอยู่ในเรือนพลางถูมืออย่างกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม
จิ๋งจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนถามว่า “กินหรือยัง?”
บนโต๊ะภายในเรือนด้านหน้ามีถ้วยชามวางอยู่ กับข้าวเหลืออยู่เล็กน้อย
บรรยากาศค่อนข้างกระอักกระอ่วน
จิ๋งซางรู้ว่าจิ๋งจิ่วอยากแสดงความหวังดี
ถึงแม้คำถามประโยคนี้จะดูอิหลักอิเหลื่อ แล้วก็ไม่น่าจะใช้พูดกับคนในครอบครัว
แต่เขาหรือจะกล้าถือจิ๋งจิ่วเป็นคนในครอบครัวจริงๆ